ตร.ยัน"บอยAF3" รูดบัตรเครดิตปลอมจริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ยืนยันว่า นายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย เอเอฟ 3 ปลอมบัตรเครดิต โดยใช้ วิธีคีย์อิน ซึ่งเคยมีกลุ่มต่างชาติเคยใช้วิธีนี้กับโรงแรมเดียวกัน ที่บอยเอเอฟ3 ไปใช้บริการ ด้านบอยเอเอฟ3 ปฏิเสธข้อกล่าวหา ก่อน ยื่นหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งเพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวนออกไป

เมื่อวันที่ (3 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันทำและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ ถูกนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เข้าจับกุมขณะบวชเป็นพระที่วัดถ้ำเขาวง หมู่ 3 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

หลังมีผู้ต้องหาในคดีนี้ซัดทอดว่า นายบอยมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ไปจองโรงแรมให้กรุ๊ปทัวร์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี จริง ซึ่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำเรียบร้อยแล้วจึงอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 3 แสนบาท พร้อมวางมัดจำอีก 2 แสนบาท ตามที่กลุ่มผู้ต้องหาระบุว่านายสิทธิชัย ได้รับผลประโยชน์ เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ และที่ไปบวชเนื่องจากบิดาป่วย จึงไม่ได้ติดต่อโรงแรม และไม่ทราบว่าถูกออกหมายจับ

วิธีการปลอมบัตรเครดิต ที่ บอยเอเอฟ3 ใช้ เรียกว่า วิธีคีย์อิน  ไม่ต้องใช้บัตร ใช้เพียงเลขบนบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv หลังบัตร 3 หลัก

โดยพบว่า ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต แจ้งความกับโรงแรม หลังไม่ได้รับเงินคืนจากการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยพบว่าจองโรงแรมสำหรับกรุ๊ปทัวร์เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2561 ก่อนขยายผลทราบว่า มีกลุ่มที่เข้ามาคีย์อินกับโรงแรมนี้โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มคนไทย 3 คน ทำหน้าที่นำบัตรเครดิตมาใช้รูดซื้อกรุ๊ปทัวร์และห้องพัก ซึ่งถูกจับกุมไปแล้ว กลุ่มที่ 2 คือ ชาวจีน 1 คน และชาวไต้หวัน 2 คน ที่จับกุมได้พร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การแฮกข้อมูลบัตรเครดิต ที่ยังถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และกลุ่มที่3 คือกลุ่มนายบอยAF3และเพื่อน ซึ่งนายบอย อ้างว่า ได้ข้อมูลมาจากคนชื่อโอ๋ ที่ทำกรุ๊ปทัวร์อยู่ที่ สปป.ลาว  จำนวนเงินกว่า 4 แสนบาท และขอเงินคืนจากโรงแรมร้อยละ 60  คิดเป็นเงินประมาณ 2 แสน 4 หมื่นบาท ซึ่งจะได้ค่านายหน้าประมาณ 3-4 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือนำส่งให้บริษัททัวร์ ซึ่งพบว่าทั้งหมดทำธุรกรรมรวมกว่า 144 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 13,276,107 บาท

นอกจากนี้ยังพบข้อมูล บัตรเครดิตที่นำมาจองกรุ๊ปทัวร์ ส่วนใหญ่เป็นของประเทศอเมริกา มีข้อมูลของบัตร ไม่ตรงกับข้อมูลบัตรที่อยู่กับบริษัทต้นทาง ซึ่งตรวจสอบแล้วทำให้ทราบว่าถูกปลอมขึ้นมา

พันตำรวจโท เพชรชุมพร ยังระบุว่า การถอนเงินโดยวิธีคีย์อินส่วนใหญ่ จะใช้กับโรงแรม 5 ดาว หรือบริษัทห้างร้านที่มีความน่าเชื่อถือ แต่กับโรงแรมที่ถูกจับที่ จังหวัด อุดรธานี ดูจากศักยภาพไม่น่าเข้าเกณฑ์จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงได้รับการอนุมัติให้ใช้การถอนเงินแบบคีย์อิน เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 11 คน โดยรวมเจ้าของโรงแรม ผู้จัดการ และผู้ช่วยผู้จัดการ เข้าไปด้วย เพราะเชื่อว่าน่าจะรู้เห็นกับการถอนเงินจองห้องพักสำหรับกรุ๊ปทัวร์ที่เกิดขึ้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ