สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ทำให้ฝนตกลงมาทั่วทุกพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันนี้ (3 ก.ย.62) ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง จากพายุโพดุลตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มวลน้ำยังคงท่วมขังในหลายพื้นที่ ทั้งบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งพืชผลทางเกษตรถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง
นอกจากนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมายังทำให้ระดับน้ำในลำน้ำปาวและลำน้ำพานเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากแม่น้ำชีหนุน ทำให้ไหลระบายของน้ำเป็นไปค่อนข้างช้า และน้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 340 ครัวเรือนในเขต ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนที่บ้านสุขสวัสดิ์และบ้านกุดอ้อ ซึ่งได้รับผลกระทบจากลำน้ำปาว ต่างขนย้ายสิ่งของขึ้นมาพักอาศัยที่เต็นท์บนถนนที่สูง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ย้ายไปยังจุดอพยพที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากอยากอยู่ใกล้บ้านของตัวเอง
ทั้งนี้ นายศิริศักดิ์ อยู่สุข ผอ.ชลประทานที่ 6 กล่าวว่า น้ำที่ท่วมที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ไม่ใช่น้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน แต่เป็นน้ำฝนที่ตกหนักในพื้นที่ วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันอ่างเก็บน้ำห้วยสีทนยังมั่นคงแข็งแรง อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่ขณะนี้มีน้ำล้นสปิลเวย์เท่านั้น
นอกจากนี้ระดับน้ำที่สูงขึ้นยังเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบ้านทุ่งสว่าง และบ้านวังเกาะเหล็ก ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์แล้วเบื้องต้นกว่า 100 ครัวเรือน
ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยสีทนที่อยู่ในเขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ที่มีปริมาณเกินระดับกักเก็บ ยังคงล้นอ่างลงมาท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จำนวน 21 ชุมชน กว่า 1,500 ครัวเรือนถูกน้ำท่วมขัง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในอยู่พื้นที่ฝั่งแม่น้ำลำปาวขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมอพยพหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม
ทั้งนี้ นายศิริศักดิ์ อยู่สุข ผอ.ชลประทานที่ 6 กล่าวว่า น้ำที่ท่วมที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ไม่ใช่น้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน แต่เป็นน้ำฝนที่ตกหนักในพื้นที่ วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันอ่างเก็บน้ำห้วยสีทนยังมั่นคงแข็งแรง อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่ขณะนี้มีน้ำล้นสปิลเวย์เท่านั้น
ไปดูที่จังหวัดนครพนม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ตกหนัก แต่ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากยังคงมีมวลน้ำจากหลายพื้นที่ไหลมาสมทบ โดยจังหวัดนครพนมประกาศให้ประชาชน ในพื้นที่ ติดลำน้ำสาขาสายหลัก 4 สาย เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่ ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ และลำน้ำบัง ก่อนระบายลงแม่น้ำโขง ซึ่งขณะนี้ ชลประทานจังหวัดนครพนม ต้อง เร่งระบายเปิดประตูระบายน้ำ ในพื้นที่ลำน้ำก่ำ ทั้ง 7 จุดเต็มพิกัด เพื่อระบายน้ำลงน้ำโขงให้มากที่สุด เตรียมพร้อมเกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนในพื้นที่
ที่จังหวัดยโสธร หลังลุ่มน้ำเซบายไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร ล่าสุดชาวบ้านที่บ้านท่าลาด ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ชาวบ้าน ต้องพากันนำโค-กระบือ ของตนเองขึ้นไปไว้บริเวณถนนลาดยางทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง พร้อมกับก่อกองไฟไล่ยุงให้กับโค-กระบือ ของตนในช่วงเวลาค่ำคืน และจัดเวรยามไปนอนเฝ้าโค-กระบือ ตลอดทั้งคืน ล่าสุดจังหวัดยโสธร ใช้วัดบ้านเชียงเพ็ง เป็นศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็ง ชาวบ้าน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเซ, บ้านโนนม่วง, บ้านเซซ่ง, บ้านท่าลาด และบ้านโนนตูม กว่า 300 คน อพยพมาอยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 7 เตือน พายุโซนร้อน คาจิกิ เมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยในวันนี้ มี 54 จังหวัดจะได้รับผลกระทบ ได้แก่
ภาคเหนือ: ที่จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ที่จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: ที่จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกรุงเทพมหานคร
ภาคตะวันออก: ที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: ที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ซึ่งพายุโซนร้อน คาจิกิ จะมีผลกระทบกับประเทศไทยจนถึงวันที่ 4 กันยายน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย