มีข้อมูลว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังดีเอสไอ พบกะโหลกมนุษย์ ในถังน้ำมันขนาด 250 ลิตร อยู่ใต้น้ำบริเวณที่เป็นสะพานไม้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จากนั้นจึงนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์รวมทั้่งตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งต้องดูว่าหากเป็นบิลลี่จริง ดีเอ็นเอของกระดูกที่พบ ต้องตรงกับแม่ของบิลลี่ และต้องตรงกับลูกของบิลลี่ด้วย ซึ่งมีรายงานส่วนหนึ่งออกมาว่า ดีเอ็นเอที่ตรวจแล้วตรงกับฝั่งแม่บิลลี่ แต่ยังไม่ทราบผลตรวจว่าตรงกับลูกหรือไม่
ข้อมูลบางส่วน ถูกเปิดเผยจาก พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ ผอ.กองอำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษภาค ดีเอสไอ ผู้ทำคดีบิลลี่ เปิดเผยในงานเสวนา วันผู้สูญหายสากล 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่จัดโดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดยระบุว่า จะมีข่าวดีเกี่ยวกับคดีการสูญหายของบิลลี่ หลังพบกระดูกมนุษย์ที่สงสัยว่าอาจเป็นบิลลี่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ เคยบอกว่า ต้องการรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากโครงกระดูกชุดนี้ก่อน ที่จะขอขึ้นทะเบียนให้บิลลี่เป็นผู้สูญหาย
ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ไตรวิช น้ำทองไทย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งเคยเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ บันทึกในสำนวนการสืบสวนว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ในขณะนั้น) ที่ถูกพบเห็นว่าเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับบิลลี่ อ้างว่า มีพยานเป็นนักศึกษา 2 คน เห็นว่า ปล่อยตัวบิลลี่มาแล้ว แต่เมื่อเอาตัวนักศึกษามาสอบปากคำ พร้อมให้คุยกับพ่อแม่และอาจารย์ จนเมื่อสอบปากคำ นักศึกษาทั้ง 2 คนให้การว่าไม่เห็นบิลลี่ถูกปล่อยตัว พร้อมบอกว่า มีคนมาพาไปชี้จุดต่างๆ เพื่อให้มาให้การกับตำรวจ
ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่สูญหายไปเมื่อในช่วงนโยบายสงครามยาเสพติด และการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึงคดีบิลลี่ว่า ตามที่ ดีเอสไอให้ข่าวว่าบ่ายโมงวันนี้จะแถลงข่าวกรณีบิลลี่ และหากเป็นไปตามที่กล่าวในเวทีเสวนาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าจะมีข่าวดี ก็เป็นอีกขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนและการเปิดเผยความจริง ถ้ากระดูกที่พบคือกระดูกของบิลลี่ บิลลี่ก็จะไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกบังคับสูญหายอีกต่อไป ครอบครัวจะสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้เขาได้ ในส่วนครอบครัว การทราบชะตากรรมจะเป็นการปลดปล่อยพันธนาการของความคลุมเครือ แต่ก็คงเป็นความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดในการรับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ประวัติ “บิลลี่-พอละจี” แห่งใจแผ่นดิน
ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฏคือการที่กรรมการมรดกโลกกดดันให้เวลาประเทศไทย 1 ปีในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะกรณีการหายตัวไปของบิลลี่