ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเฟซบุ๊ก ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่ 20 ในโลกที่ได้ใช้ฟีเจอร์จับหาคู่ดังกล่าวที่มีชื่อว่า “เดทติ้ง” (Dating) ซึ่งเปิดทางให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า สร้างประวัติสำหรับการจับคู่แยกออกจากหน้าหลัก
นอกจากนี้ยังแบ่งบปันภาพถ่ายที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมลงในหน้าประวัติที่ใช้สำหรับจับคู่ หรือเพิ่มผู้ติดตามจากอินสตาแกรมด้วยได้ ขณะเดียวกันฟังก์ชั่น “ซีเคร็ท ครัช” (Secret Crush) ยังช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดได้ว่ากำลังสนใจเพื่อนในเฟซบุ๊กคนใด เพื่อพิจารณาต่อไปว่าอีกฝ่ายใจตรงกันหรือไม่ด้วย
สำหรับฟีเจอร์ “เดทติ้ง” ของเฟซบุ๊ก ถูกมองว่าเป็นการสร้างการแข่งขันใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาดแอปพลิเคชั่นสำหรับจับคู่ ซึ่งมีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน อาทิ บัมเบิ้ล (Bumble) และ ไอเอซี (IAC) เจ้าของแอปพลิเคชันทินเดอร์ หรือแม้แต่ ฮินจ์ (Hinge) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอปพลิเคชันจับคู่จำนวนมาก ต่างพากันยกเลิกข้อกำหนดที่บังคับให้ผู้ใช้งานต้องเข้าสู่ระบบด้วยการล็อคอินผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่รายนี้ให้น้อยลง
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดจับคู่ออนไลน์ของเฟซบุ๊ก อาจยิ่งส่งผลทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ของสหรัฐฯ รายนี้ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กถูกโจมตีอย่างหนักในประเด็นการป้องกันความเป็นส่วนตัว จากกรณีอื้อฉาวที่บริษัทแคมบริดจ์ อนาลีติก้า (Cambridge Analytica) รวบรวมและนำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายสิบล้านคนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ที่อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา