วันที่ 5 พ.ค.58นายวิชาญ สมศักดิ์ อดีตกรรมกาวัด เปิดเผยว่า กรรมการวัดชุดใหม่นี้ เข้ามาทำงานตั้งแต่ปี 2549 โดยมีเหรัญญิกและกรรมการอีกสองคน เป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นถอนเงินจากบัญชี ซึ่งในการถอนเงินจะต้องเซ็นต์ชื่อสองในสามคนโดยไม่มีการตรวจสอบมาก่อน//จนกระทั่งต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่างรับเหมาก่อสร้างวิหารได้ทวงเงินค่าก่อสร้าง 50,000 บาท ที่ทางวัดติดค้าง ชาวบ้านจึงตั้งข้อสังเกตว่าเงินในบัญชีวัดที่มีอยู่มากมายแต่กลับติดค้างหนี้/จนตรวจสอบพบว่าบัญชีธนาคารของวัด เหลือเงิน เพียง 13,468 บาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีเงินของวัดที่แยกจากมูลนิธิฯ เหลือคงค้างเพียง 8,000 กว่าบาท ทั้งที่ทุกปี วัดจะมีเงินจากการบริจาค ทำบุญ ทอดกฐิน ครั้งละหลายแสนบาท จึงเชื่อว่าอาจมีการทุจริต และคาดว่าตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา น่าจะมีเงินวัดหายไปมากกว่า 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ล่าสุดตัวแทนชาวบ้านเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการที่เกี่ยวข้องในข้อหายักยอกทรัพย์ และให้ผู้เกี่ยวข้องนำเงินที่หายไปมาคืนวัดเพื่อนำไปพัฒนาวัดและชุมชนต่อไป ชาวบ้านจะรวมตัวประท้วง หลังพบว่าเงินวัดหายไปจากบัญชีนับล้านบาท ล่าสุดเตรียมแจ้งความเหรัญญิก –กรรมการวัด ในข้อหายักยอกทรัพย์แล้ว
ขณะที่ ชาวบ้าน กว่า 200 คน รวมตัวกันที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านน้อย ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันสอบถามกรรมการวัด ถึงสาเหตุที่เงินในบัญชีหายไปกว่า 5 แสนบาท อย่างดุเดือด
นายวิชาญ สมศักดิ์ อดีตกรรมกาวัด เปิดเผยว่า กรรมการวัดชุดใหม่นี้ เข้ามาทำงานตั้งแต่ปี 2549 โดยมีเหรัญญิกและกรรมการอีกสองคน เป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นถอนเงินจากบัญชี ซึ่งในการถอนเงินจะต้องเซ็นต์ชื่อสองในสามคนโดยไม่มีการตรวจสอบมาก่อน//จนกระทั่งต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่างรับเหมาก่อสร้างวิหารได้ทวงเงินค่าก่อสร้าง 50,000 บาท ที่ทางวัดติดค้าง ชาวบ้านจึงตั้งข้อสังเกตว่าเงินในบัญชีวัดที่มีอยู่มากมายแต่กลับติดค้างหนี้จนตรวจสอบพบว่าบัญชีธนาคารของวัด เหลือเงิน เพียง 13,468 บาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีเงินของวัดที่แยกจากมูลนิธิฯ เหลือคงค้างเพียง 8,000 กว่าบาท ทั้งที่ทุกปี วัดจะมีเงินจากการบริจาค ทำบุญ ทอดกฐิน ครั้งละหลายแสนบาท จึงเชื่อว่าอาจมีการทุจริต และคาดว่าตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา น่าจะมีเงินวัดหายไปมากกว่า 1 ล้านบาท