วารสารนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ (Ecology and Evolution) ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันจันทร์ ระบุว่า การค้นพบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบครั้งใหญ่เกี่ยวกับความหลากหลายของสายพันธุ์ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน ด้วยการแยกสปีชีส์ที่เดิมคิดว่ามีเพียงสปีชีส์เดียวออกเป็นสามสปีชีส์ที่แตกต่างกัน
นักวิทยาศาสตร์ศึกษาตัวอย่างเนื้อเยื่อของซาลาแมนเดอร์ยักษ์ในพิพิธภัณฑ์จำนวน 17 ตัวอย่าง เทียบกับตัวอย่างเนื้อเยื่อของซาลาแมนเดอร์ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ก่อนที่จะนำไปสู่การค้นพบซาลาแมนเดอร์ยักษ์สายพันธุ์ “Andria sligoi” หรือ ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีนใต้เป็นครั้งแรก แม้ว่าซาลาแมนเดอร์ตัวดังกล่าวจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์นานถึง 74 ปี
ในช่วงทศวรรษที่ 1920 ถึง 1930 ขณะที่ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ ได้รับการระบุว่า เป็นซาลาแมนเดอร์ยักษ์ที่มีความผิดปกติ แต่การศึกษาใหม่ยืนยันว่า ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตัวนี้เป็นซาลาแมนเดอร์ที่แตกต่างจากเพื่อนร่วมสปีชีส์ตัวอื่น ๆ และเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากเมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวได้ถึง 1.82 เมตร ถือว่ามีขนาดตัวใหญ่กว่าซาลาแมนเดอร์ยักษ์ทั่วไปที่มีอยู่ประมาณ 8,000 ตัวในปัจจุบัน
ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ถือเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตอนกลาง ตอนใต้และตะวันออกของจีน โดยซาลาแมนเดอร์ยักษ์สายพันธุ์ Andrias davidianus หรือที่เรียกกันว่าซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีนมีความยาวถึง 1.12 เมตรและหนักได้มากสุดถึง 49 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันประชากรซาลาแมนเดอร์ยักษ์ตามธรรมชาติกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วและเสี่ยงสูญพันธุ์