เมื่อวันที่ (25 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผงโซล่าเซลล์ที่ติดอยู่บนอาคารกลางพื้นที่ป่าเบญจพรรณ ใน ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี คือหนึ่งในจุดที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน นำหมายค้นเข้าตรวจสอบ หลังพบว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกป่าต้นน้ำซึ่งมีสถานะเป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งกรมธนารักษ์มอบให้กองทัพภาคที่ 1 ดูแล แต่กลุ่มคนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เคยขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดิน และไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และยังพบการขุดบ่อน้ำไว้ทำประโยชน์ ลักลอบปลูกพืช เช่น มะนาว แตงโม ฟักทอง รวมถึงมีกล้าไม้จำนวนมากอยู่ในพื้นที่ จากการตรวจค้นไม่พบผู้อยู่อาศัยแต่มีข้าวของเครื่องใช้อยู่ภายในห้องพัก และมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 4 คัน
เบื้องต้นตำรวจนำทะเบียนรถไปตรวจสอบเพื่อขยายผลการจับกุมผู้บุกรุก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มนายทุน เพราะพื้นที่ที่ถูกใช้ประโยชน์ มีมากถึง 244 ไร่ รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดด้วยหรือไม่ เนื่องจากอยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า
นายเฮง แซ่ลิ้ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านศรีมงคล ระบุว่า ไร่ดังกล่าวมีนายอาร์ต อ้างตัวเป็นเจ้าของพื้นที่ และมีนายเมฆ ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านรับจ้างทำไร่อยู่ โดยวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.62) ผู้ใหญ่บ้านรับปากว่าจะพานายเมฆไปมอบตัวกับตำรวจ เพื่อขยายผลการจับกุมผู้บุกรุก ยืนยันพร้อมส่งต่อภารกิจให้นายตำรวจที่จะมาทำงานต่อ เพราะ พล.ต.อ.ศรีวราห์จะเกษียณราชการในวันที่30กันยายนนี้
สำหรับการตรวจค้นของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ วันนี้ ยังมีที่ดินติดกันอีก 2 แปลง ที่บริเวณเชิงเขา บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยแปลงแรก เป็นพื้นที่ 200 ไร่ พบการปลูกต้นยูคาลิปตัส อายุประมาณ 1 ปี ส่วนแปลงที่ 2 มีพื้นที่ 180 ไร่ ปลูกต้นมะขาม มันสำปะหลัง และต้นกล้วย โดยทั้ง 2 แปลงอยู่ห่างจากชายแดนพม่าเพียง 800 เมตร จุดนี้พบการตัดไม้เบญจพรรณเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจยึดและทำบัญชีไม้ที่ถูกตัดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับพื้นที่ 2 แปลงนี้ พบว่าเป็นของนายประโยชน์ กลิ่นประเสริฐ มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอ้างว่า แม้จะไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภทบ.5 แก่ท้องถิ่นในการเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินทุก 4 ปี ตามกฎหมายกำหนด ซึ่งทั้ง 3 จุดที่ตรวจสอบในวันนี้ มีพื้นที่รวมเกือบ 700 ไร่ ซึ่งการบุกรุกพื้นที่ทั้งหมด สร้างความเสียหายให้รัฐเกือบ 70 ล้านบาท
โดยส่วนการที่ผู้ครอบครองที่ราชพัสดุอ้างว่ามีใบ ภบท.5 แท้จริงแล้ว ใบ ภบท.5 มีสถานะเป็นเพียงใบเสร็จรับเงิน จากการจ่ายภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน จึงไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะหากจะเข้าใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ต้องไปขอเช่าจากกรมธนารักษ์ โดยจะขอเช่าได้ ต้องไม่ผิดเงื่อนไขต่าง ๆ คือ ไม่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 และ ชั้น 2 มีความลาดชันไม่เกิน 35 องศา ไม่กีดขวางทางน้ำ และไม่ใช่ที่ดินที่ราชการใช้ประโยชน์