ผู้ป่วยที่เสียชีวิตล่าสุดมีทั้งสิ้น 2 ราย จากรัฐฟลอริดาและจอร์เจีย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเฉพาะในสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 11 คน เช่นเดียวกับจำนวนของผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 530 คนแล้ว
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC ได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ออกไปตรวจสอบอาการป่วยของกลุ่มที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากบุหรี่ไฟฟ้าจริงหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังได้เตือนประชาชนให้ระงับการซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบก่อนที่การตรวจสอบจะได้คำตอบที่แน่ชัด
สำหรับผู้ป่วยกว่า 530 คนนั้น 2 ใน 3 เป็นกลุ่มอายุ 18 ถึง 34 ปี และอีก 16 เปอร์เซ็นต์เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยผู้ป่วยเหล่านี้จะมีอาการคล้ายๆ กันคือไอถี่ หายใจไม่ออก ปวดหน้าอก และบางรายมีการอาเจียร เหนื่อยง่าย และมีไข้ด้วย
ขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มออกฏห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่มีอาจารย์ด้านรวิชาสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยแห่งอะดินเบอระห์ ออกมาโต้แย้งว่า รายงานของสหรัฐยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ทำให้คนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่จริง แล้วหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า ต้องพลอยตื่นตกใจจนเกินเหตุ