เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่บอกเล่าถึงปัญหาภัยคุกคามจากขบวนการลักลอบตัดไม้พยุง ไม้กฤษณา และขบวนการล่าสัตว์ ที่เลือกก่อเหตุในพื้นที่ห่างไกลจากเจ้าหน้าที่ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า รวมถึงอาณาเขตในป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่กว่า1.3 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด กลายเป็นเป้าหมายที่เหมาะต่อพรางตัว เพื่อฉกฉวยทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ไปสร้างมูลค่าหลักล้าน ให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ
การออกลาดตระเวนเพื่อหาร่องรอยของผู้กระทำความผิด จึงเป็นวิธีป้องกัน และเฝ้าระวังไม่ให้กลุ่มมอดไม้ นำสิ่งมีค่าทางธรรมชาติออกไปหาผลประโยชน์ แต่มูลค่าที่สูงย่อมมาพร้อมกับอาวุธที่พร้อมช่วงชิง ขณะที่ผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน กลับมีอาวุธรุ่นเก่า นั่นหมายความว่าการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์ป่า จึงเต็มไปด้วยความเสี่ยง
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 8-10 คน จะออกลาดตระเวนเดือนละ 4 ครั้ง ครั้งละ 3 ถึง 4 คืน แม้การออกลาดตระเวนจะมีค่าเสี่ยงภัยตอบแทนครั้งละ 1,500 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนที่ได้รับแล้ว เจ้าหน้าที่บางคนจะได้เงินเพียงเดือนละ 9,000 บาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้าราชการ สวัสดิการที่ได้รับจึงเท่ากับลูกจ้างทั่วไป ในขณะที่ภารกิจปกป้องทรัพยากรของประเทศ มีความเสี่ยงถึงชีวิตทุกครั้งเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่ผืนป่าเพื่อเผชิญกับขบวนการผิดกฎหมาย
แม้ค่าตอบแทนและสวัสดิการตอนนี้จะยังคงได้น้อย แต่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคน ยืนยันทำหน้าที่ด้วยใจรัก และต้องการที่จะปกป้องผืนป่า แต่ก็อยากให้ภาครัฐเข้าใจถึงภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ
ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานฯ ประมาณ 73 ล้านไร่ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีประมาณ 20,000 คน เฉลี่ยแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1 คนต้องดูแลพื้นที่ป่าประมาณ 5,000 ไร่ ขณะที่นโยบายรัฐเน้นย้ำว่าทรัพยากรป่าไม้มีความสำคัญต่อประเทศ