เมื่อวันที่ (5 ต.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาข้าวใน ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ปีนี้ ยังคงเขียวขจีต่างจากปีที่ผ่านๆมา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเน่าตายในช่วงฤดูน้ำหลาก และมักจะยืนต้นตายเพราะขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านบอกว่านี่เป็นอานิสงค์ของการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน
หลักการของธนาคารน้ำใต้ดิน คือเปิดทางให้น้ำไปสะสมใต้ดิน เพื่อดึงน้ำขึ้นมาใช้ในช่วงฤดูแล้ง แม้ใน ต.บ้านผึ้ง จะประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม แต่โครงการนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติยอมรับว่าอาจไม่ใช่วิธีจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับบางพื้นที่ เพราะภูมิประเทศ ปัญหา และการใช้ประโยชน์จากน้ำต่างกัน ดังนั้นการทำแผนเพื่อบริหารน้ำในอนาคต ต้องศึกษาในรายละเอียดให้ครบทุกมิติ
ด้วยชัยภูมิที่ตั้ง จ.นครพนม อยู่ห่างจากเมืองฮาติง ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเพียง 330 กิโลเมตร จากฮาติงไปเมืองฮานอยเพียง 650 กิโลเมตร และจากฮานอยไปเมืองหนานหนิงประเทศจีนระยะทางอีกเพียง 1029 กิโลเมตรเท่านั้น เส้นทางคมนาคมทางบกที่สั้น ทำให้ จ.นครพนม กลายเป็นทำเลทองประตูสู่เศรษฐกิจอาเซียนและจีนตอนใต้
สทนช.มองว่าอนาคตพื้นที่จะหวังพึ่งน้ำโขงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีความผันผวนจากทั้งธรรมชาติและนานาประเทศ เบื้องต้นได้สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่จัดทำข้อมูลความต้องการใช้น้ำทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตร รวมถึงปัญหาและความสามารถในการกักเก็บน้ำ เพื่อวางแผนบริหารจัการน้ำในอนาคตด้วย