บุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 566 ตัว พร้อมน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 5,158 ขวด และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสูบ รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ทั้งหมดนี้คือของกลางที่ ชุดปฎิบัติการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 และ สน.เพชรเกษม ได้ลงพื้นที่เพื่อจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมายย่านคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยทำการตรวจค้นทั้งสิ้น 15 ร้านค้า และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าบางส่วนได้มีการดัดแปลงเป็นเครื่องเล่นเกมและนาฬิกาข้อมือ เพื่อซ่อนไม่ให้รู้ว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าและหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่
จึงอยากเตือนให้ผู้ปกครองระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย พร้อมย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งในหลายประเทศเริ่มมีรายงานผลกระทบด้านสุขภาพจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว
นอกจากนี้ ยังย้ำเตือนว่า บารากู่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบนำเข้าจะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าที่ห้ามขายหรือให้บริการ ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ