ภาพชายสูงอายุ เดินเข้าไปในปั๊มน้ำมันร้าง และไม่พบเดินออกมาอีก เป็นหลักฐานล่าสุดที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิด หลังชุดสืบสวน ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ และนำไปเชื่อมโยงกับภาพจากล้องวงจรปิดที่พบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้าไปที่ปั๊มน้ำมันร้าง ก่อนขับออกมา และพบจอดทิ้งข้างทางตรงข้ามปั๊ม ช่วงเย็นของวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ภาพเหล่านี้ ทำให้ตำรวจเชื่อว่า ชายสูงอายุที่เดินเข้าไปในปั๊ม คือผู้เสียชีวิต และอาจเป็นคนเดียวกับคนที่เดินออกมาจากปั๊ม ที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ ที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
นอกจากภาพชายสูงอายุ กล้องยังสามารถบันทึกภาพรถกระบะ คันดังกล่าวบรรทุกแกลลอนน้ำมันไว้ที่กระบะหลัง ก่อนขับเข้าไปในปั๊ม แม้ว่าในวันที่มีพลเมืองดีพบรถจอดทิ้งไว้ จะไม่พบแกลลอนน้ำมันแล้วก็ตาม
เมื่อไล่เรียงภาพวงจรปิดวันที่ 30 กันยายน พบว่า เวลา 17.32 น. มีรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านหน้ารีสอร์ทฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าปั๊มร้างที่พบศพเวลา 17.46 น. รถต้องสงสัยใช้เวลาอยู่ในปั๊มร้างทั้งหมด 11 นาที ก่อนที่จะเลี้ยวออกจากปั๊มในเวลา 17.57 น.
ประมาณ 45 นาทีต่อมา เวลา 18.42 น. กล้องวงจรปิดจับภาพชายคนหนึ่งเดินเข้าปั๊มร้าง ก่อนที่เวลา 19.00 น. จะมีประกายปะทุขึ้นสองครั้ง ตรงนี้ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากการใช้ไฟแช็คจุดบุหรี่สูบ เนื่องจากพบซองบุหรี่ตกอยู่บริเวณดังกล่าว
ก่อนที่ในเวลา 19.02 น. ชายคนเดิมได้เดินออกจากปั๊มร้าง ใช้เวลาอยู่ในปั๊มทั้งหมด 20 นาที จากนั้น เวลา 19.16 น. ได้เดินลัดเลาะริมถนนกลับเข้าไปในปั๊มร้างอีกครั้ง และไม่กลับออกมาอีกเลย
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลว่า มีชาวจังหวัดชัยภูมิ ติดต่อมาว่า รถกระบะต้องสงสัยที่พบตรงกับรถของญาติตัวเองที่หายออกไปจากบ้านหลายวัน รวมถึงให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งตำรวจได้ประสานพนักงานสอบสวนในพื้นที่ของผู้แจ้ง เก็บดีเอ็นเอ ส่งให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน5 จ.ลำปาง เพื่อเทียบเคียงกับดีเอ็นเอผู้เสียชีวิต
โดยผลการตรวจคาดว่าไม่เกิน 5วัน ซึ่งเบื้องต้นตำรวจแบ่งข้อสันนิษฐานออกเป็น 3 ประเด็นคือ
1. หากดีเอ็นเอของผู้ตาย ตรงกับดีเอ็นเอที่พบในรถต้องสงสัย และในรถคันดังกล่าว ไม่มีดีเอ็นเอของผู้อื่น รวมถึงตรงกับผู้แจ้งหาย ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายและต้องเรียกญาติมา สอบปากคำถึงประวัติผู้เสียชีวิต เพื่อเชื่อมโยงถึงสาเหตุการตาย
2. หากดีเอ็นเอของผู้ตาย ตรงกับดีเอ็นเอที่พบในรถต้องสงสัย และในรถคันดังกล่าวก็พบดีเอ็นเอของคนอื่นอยู่ด้วย ก็เป็นไปได้ว่า คนที่อยู่ในรถกับผู้ตายจะเกี่ยวข้องในการฆาตกรรมอำพราง
3.หากดีเอ็นเอของผู้ตาย ไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่พบในรถเลย ก็เป็นไปได้อีกเช่นกันว่ารถต้องสงสัยอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งถ้าผลดีเอ็นเอออกมาในลักษณะนี้ ตำรวจยอมรับว่า ต้องใช้เวลาในรวบรวมพยานหลักฐานมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถสรุปได้ว่าสาเหตุของการตายครั้งนี้คืออะไร
อย่างไรก็ตาม ผลการชันสูตรล่าสุดที่ตำรวจสามารถเปิดเผยได้ พบว่า ศพไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือร่องกายการถูกทำร้ายใด ๆ ซึ่งในวันนี้ พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผกก.สภ.วังกะพี้ ได้เดินทางไปสอบปากคำแพทย์ รพ.พุทธชินราช ที่เป็นผู้ชันสูตร เพื่อให้มีความชัดเจนว่าผู้ตายถูกทำร้ายหรือไม่อย่างไร
เจ้าของโทรศัพท์ในปั๊มร้าง ปัดไม่รู้เห็นการตายศพนิรนาม