เมื่อวันที่ (10 ต.ค.62) โค้งสุดท้ายสำหรับการลงทะเบียน “ชิมช้อปใช้” ในเฟสแรก วันนี้เปิดให้ลงทะเบียน 217 สิทธิ์ หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาเต็มไปแล้ว เมื่อเวลา 00.07 น. คาดพรุ่งนี้ (11 ต.ค.62) อาจจะเหลือแค่หลักสิบเท่านั้น ขณะที่ผู้ที่ลงทะเบียนในวันแรก จะต้องใช้สิทธิ์บางส่วนในวันนี้ ไม่เช่นนั้น ระบบจะตัดเงินคืนทันที
ด้านจังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนลงทะเบียน ชิม ช้อป ใช้ จำนวน 184,000 ราย รวมใช้เงินจับจ่ายร้านค้าเข้าร่วมโครงการครอบคลุม 32 อำเภอ 2,881 ร้านค้า มีเม็ดเงินใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ กว่า 60 ล้านบาท และเติมเงินกระเป๋าเงินส่วนตัวอีกกว่า 7 แสนบาท ซึ่งส่วนใหญ่ใช้จับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ข้าวสาร และนมผงเด็ก และมีประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าร้านค้าเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่จังหวัดหนองคาย ที่ตลาดสินค้าอินโดจีน หรือตลาดท่าเสด็จคึกคักตลอดทั้งวัน มีนักท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งร้านค้าภายในตลาดท่าเสด็จส่วนใหญ่เข้าร่วมชิม ช้อป ใช้ ส่งผลให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ช่วงนี้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น หลายร้านตัดสินใจสั่งสินค้ามาขายเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอกับยอดซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้
“บิ๊กตู่” ยัน "ชิมช้อปใช้” ไม่เอื้อประโยชน์ใคร เตรียมขยายเฟส 2
ทีดีอาร์ไอ ชี้ “ชิมช้อปใช้” ไม่ลงสู่ชุมชน เอื้อรายใหญ่ ดันเศรษฐกิจได้ 0.01%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 พบว่า 43.0% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจวางแผนที่จะใช้จ่ายมากกว่า 1,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 บาทต่อคน ส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพมหานคร ที่วางแผนไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายที่ชลบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ
ทั้งนี้แม้ครัวเรือนไทยส่วนมาก 78.3% จะมองว่า มาตรการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 1 มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของตนเองได้ แต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อมุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการลดภาระค่าครองชีพ เช่น ปรับลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น การช่วยพยุงค่าสาธารณูปโภค ค่าโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงราคาพลังงานในประเทศ