วันนี้ (18 ต.ค.62) นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อภิปรายว่าตอนหนึ่งในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อประเด็นการดูแลผู้สูงวัย ว่า ภายใน 15 ปี เชื่อว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน ดังนั้น หากต้องดูแลคนทั้ง 20 ล้านคน รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท แต่หากต้องการให้คนไทยสูงวัยทุกได้รับสิทธิระดับเดียวกันต้องใช้งบประมาณที่สูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ หากรัฐบาลคิดเพิ่มอัตราการเก็บภาษีให้ถึงร้อยละ 30 ไม่สามารถทำได้ในทีเดียว แต่เป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ อย่างไรก็ตาม ประมาณ 98 % ของรายได้โดยรวมมาจากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังในการพึ่งพารัฐบาลเป็นหลัก เพราะจากผลสำรวจจะพบว่า เมื่อเกษียณ 60% พึ่งรัฐบาล 20% พึ่งลูกหลาน และอีก 10% พึ่งตัวเอง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในส่วนที่รัฐบาลไทยต้องเพิ่มรายได้ภาษีเพื่อตอบโจทย์พี่น้องคนไทย จะทำอย่างไร ก็จะกลับมาที่ภาษี ที่ควรมาจากทรัพย์สินต้องเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาภาษีมาจากรายได้
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางด้านทรัพย์สินมากที่สุดในโลก คือ 1% ของคนไทยเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยรวมเกือบ 70% ของทั้งประเทศ แต่เราแทบจะไม่เก็บภาษีคนกลุ่มนี้ จึงต้องเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ผลักดันทรัพย์สินสำคัญ 2 เรื่อง คือ ภาษีมรดก และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยภาษีที่ดินฯ จะเริ่มเก็บในวันที่ 1 มกราคม 2563 แต่จะขอพูดถึงภาษีมรดกก่อน เพราะประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเรา ยังต้องพัฒนาอีกมาก
“โดยภาษีมรดกที่รัฐจัดเก็บได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เก็บได้จากประชาชนเพียง 200 คน รวมเม็ดเงินทั้งหมด ไม่น่าเชื่อแค่ 770 ล้านบาท ไม่ถึง 1 พันล้านบาท ซึ่งเก็บภาษีมรดกจากผู้เสียชีวิตได้เพียง 40 คน โดยไม่รวมคนที่รวยจริงๆ คนที่เสียภาษีคือ คนหลบเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นว่า การเก็บภาษีนี้จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ กลับเป็นตอกย้ำความเหลื่อมล้ำด้วยซ้ำไป จึงต้องมาทบทวนว่า จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น หรือไม่ก็ยกเลิกไปเลย” นายกรณ์ กล่าว
ส่วนภาษีที่ดินฯ ที่กำลังจะจัดเก็บ มีความกังวลว่า ประชาชนมีความพร้อมแค่ไหน และการประเมินราคาที่ดินถูกต้อง ครบถ้วนหรือยัง โดยสรุปในปี 2563 ภาษีหรือรายรับภาษีที่มาจากรัฐบาลยังน้อยมาก ซึ่งไม่เป็นธรรม และไม่ตอบโจทย์ของประเทศ สำหรับนโยบายปฏิรูปภาษี ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ ว่าด้วยการลดภาระภาษีของชนชั้นกลาง หรือ มนุษย์เงินเดือน หากทำได้จริง ก็จะหมายถึงรายได้ของรัฐบาล จะหายไป ถึง 1.8 แสนล้านบาท ทั้งนี้ไม่พบตัวเลขที่มาทดแทนการจับเก็บภาษีทดแทนส่วนนี้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องพัฒนา คือ การจัดเก็บภาษีนิติบุคคลที่ผ่านมา พบว่า บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยังเสียภาษีไม่ครบเลย