กรณีการประมูล โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่ทางศาลปกครองสูงสุดได้มีหนังสือมายังคณะกรรมการคัดเลือกฯวันที่ 18 ต.ค. แจ้งคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการคัดเลือกฯให้พิจารณาเอกสารกล่องที่ 6 ข้อเสนอซองที่ 2 ด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และกล่องที่ 9 ข้อเสนอซองที่ 3 ข้อเสนอทางด้านราคา ที่ยื่นเอกสารช้าไป 9 นาที พร้อมกับรอคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาตัดสินในสัปดาห์นี้
โดยผู้ยื่นซองประมูลอีก 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส ,กลุ่ม Grand Consortium (แกรนด์ คอนซอร์เทียม) ได้รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือส่งตรงไปที่กองทัพเรือ เพื่อขอความเป็นธรรม เข้าไปชี้แจงถึงเหตุการณ์วันที่ประมูล
โดยมีใจความสำคัญของเอกสารจากกลุ่ม บีบีเอส ระบุว่า กระบวนการคัดเลือกเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. ไปจนถึงเวลาปิด 15.00 น. มีกลุ่มของธนโฮลดิ้งฯ หรือ ซีพี มายื่นเอกสารเพิ่มเติมในเวลา 15.09 น. กลับกันผู้ประมูลทุกรายปฎิบัติตามข้อเสนอ TOR อย่างเคร่งครัด ซึ่งหมายถึงกลุ่มธนโฮลดิ้งฯไม่มีความพร้อมเข้าเจรจาในการเป็นคู่ประมูลธุรกิจได้ รวมถึงโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีผู้สนใจซื้อซองประมูลถึง 42 ราย เป็นนักลงทุนต่างชาติกว่า 18 ราย
ฉะนั้นขั้นตอนการยื่นข้อเสนอคัดเลือกต้องทำตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้และถือเป็นมาตรฐานสากล หากไม่เป็นไปตามกฎข้อบังคับก็อาจเกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของรัฐได้ เพราะเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่
สอดคล้องกับกลุ่ม Grand Consortium ที่บอกว่า ขณะที่กองทัพเรือได้เข้ามาในห้องรับรองของชาวต่างประเทศ เพื่อมาเชิญผู้แทนกลุ่ม Grand Consortium เข้าไปตรวจเอกสารภายในห้อง บก.ทร. ขณะนั้นผู้แทนของกลุ่มได้เห็นเจ้าหน้าที่กองทัพเรือ อีกส่วนกำลังนับกล่องเอกสารข้อเสนอของกลุ่มธนโฮลดิ้งฯ และได้ยินเจ้าหน้าที่บอกต่อผู้แทนกลุ่มธนโฮลดิ้งฯ ว่าหากเอกสารข้อเสนอยังมาไม่ครบถ้วน จะต้องนำเอกสารกล่องที่ยังมาไม่ถึง มาผ่านจุดลงทะเบียนก่อนเวลา 15.00 น.
มิฉะนั้นจะไม่สามารถรับข้อเสนอดังกล่าวได้ จึงขอความกรุณาให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการคัดเลือกอย่างเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ปฎิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคัดเลือกกำหนดไว้
โดยในเรื่องนี้ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)กล่าวว่า หากหลังจากนี้ถ้าศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้มีคำสั่งอะไรเปลี่ยนแปลงจะทำการเปิดซองข้อเสนอทางด้านราคาต่อไป และเมื่อตัดสินแล้ว จะเลือกผู้ที่ให้ผลตอบแทนกับรัฐดีที่สุดเข้ามาเจรจา คาดว่าจะรู้ผลผู้ชนะภายในเดือน ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในเดือน ม.ค. 2563