เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.62) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวภายหลังงานประชุมผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วประเทศ ว่าหลังจากที่กรมสรรพากร ขับเคลื่อนนโยบาย ยกระดับการทำงาน ด้วยการใช้ระบบดิจิทัลทำให้ตลอดปี 2562 กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีสรรพากรเกินเป้าหมาย 9,310 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี
โดยสาเหตุที่ทำให้ กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจาก การจัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดาได้ 11 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 10 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ10% แต่เมื่อพิจารณา จากฐานรายได้ผู้ที่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี จะมีผู้ที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดารวม 14 ล้านคน กรมสรรพากร จึงเตรียมเดินหน้า นำจำนวนกลุ่มที่เหลือเข้าสู่ระบบในระยะยาว ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาประมาณ 3 – 4 ล้านคน และเป็นนิติบุคคล โดยเฉพาะรายเล็ก 200,000 ราย เพื่อความเป็นธรรมกับผู้มีรายได้ทุกคน
ทั้งนี้ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวต่อ กรมสรรพากรมีข้อมูลมากขึ้นมาจัดการคนโกงนอกระบบ ยืนยันว่าการขยายฐานภาษีของบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ไม่ได้เป็นการไล่บี้รายเล็ก เพียงแต่อยากให้เข้าระบบอย่างถูกต้อง โดยตั้งเป้าที่จะดึงบุคคลธรรมดา 14 ล้านคน และนิติบุคคล 600,000 ราย เข้าสู่ระบบการเสียภาษีทั้งหมดภายใน 3 ปี โดยในสัปดาห์จะมีการหารือร่วมกับ IMF เพื่อหาแนวดึงกลุ่มที่ยังไม่เสียภาษีเข้าระบบมากขึ้น