เมื่อวันที่ (7 พ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระยะหลังของเหตุความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จะเป็นเหตุก่อกวนมากกว่าหวังเอาชีวิต แต่เหตุล่าสุดที่เกิดขึ้นในตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มก่อความไม่สงบมุ่งหวังเอาชีวิต และเป็นการเอาชีวิตกลุ่มคน ที่ทำงานให้ภาครัฐ
นายอาทิตย์ ทองอินทร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช วิเคราะห์ว่า นี่เป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบ ต่อรัฐบาลไทย ที่ปีนี้ยังไม่มีการเปิดโต๊ะเจรจา โดยมุ่งทำร้ายกลุ่มชาวบ้านที่ทำงานให้ภาครัฐเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเป้าหมายอ่อนแอ และตัดขวัญกำลังใจชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยระยะหลังเจ้าหน้าที่รัฐอย่าง ทหาร ได้งบประมาณสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบโจมตีได้ยากขึ้น
นายอาทิตย์ มองว่า หลังปี 2557 การก่อเหตุแต่ละครั้งส่วนใหญ่ไม่สามารถระบุกลุ่มผู้ทำได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีภัยแทรกซ้อนอื่นเข้ามา มากกว่าการเรียกร้องของกลุ่มคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความหวาดระแวงมากขึ้น
นายอาทิตย์ เสนอให้รัฐปรับกำลังทหารในพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และอยากให้รัฐบาลเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่ ข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2547 จนถึงเดือนตุลาคม ปี2562 มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น 20,451 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 7,053 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 13,209 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนใหญ่ เป็น พลเรือนหรือประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ถืออาวุธ ซึ่งรวมทั้งผู้หญิงและเด็ก
ขณะที่ งบประมาณแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 ปีที่ผ่านมา พบว่า จัดสรรงบไปแล้วกว่า 313,792 ล้านบาท