หลังกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือ กลุ่มซีพีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพราะตัดสิทธิการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 2.9 แสนล้าน เพราะเห็นว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาครั้งแรก เมื่อวานนี้ ( 7 พ.ย. 2562)
โดยเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายชี้แจงเพิ่มเติม พร้อมให้ผู้ร่วมประมูล และสื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณาด้วย
น.ส.ปะราลี เตชะจงจินตนา ผู้ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทธนโฮลดิ้ง แถลงย้ำว่า สถานที่ยื่นข้อเสนอที่มีการกำหนดในเอกสารการคัดเลือกเอกชนของโครงการนี้ หรือ RFP ระบุชัดเจนว่าเป็นห้องรับรองกองบัญชาการ กองทัพเรือ ไม่ใช่จุดลงทะเบียน ตามที่มีการนำมาอ้างและตัดสิทธิการยื่นข้อเสนอ
ซึ่งโครงการนี้มีผู้ร่วมยื่นซองจำนวนมาก จึงมีการทยอยนำเอกสารมาทุกราย ซึ่งบริษัทธนโฮลดิ้ง ได้เข้ายื่นเอกสารครบถ้วนทุกรายการ และคณะกรรมการได้ตรวจรับไว้ทั้งหมด หากเข้าร่วมประมูลก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และถือเป็นประโยชน์ของรัฐที่จะได้ผู้ประมูลที่ให้ผลประโยชน์ได้สูงสุด พร้อมระบุด้วยว่าวันดังกล่าวมีปัญหาด้านการจราจรด้วย
ด้าน พล.ร.ต.เกริกไชย วจนานนท์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกฯ แถลงแย้งว่า จุดลงทะเบียนบริเวณห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ยื่นข้อเสนอที่คณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการได้ยึดถือในเรื่องเวลาเป็นสำคัญ โดยมีการกำหนดใน RFP ว่า เวลายื่นข้อเสนอคือ 09.00 -15.00 น. หากมายื่นหลังเวลา 15.00 น.จะไม่รับพิจารณา เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการใช้ดุลยพินิจเรื่องขยายเวลา
ผู้ที่ปฏิบัติในสถานที่ดังกล่าวล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจใด หากมีการดำเนินการนอกจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้นการที่บริษัทธนโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก อ้างว่าเจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติผิดพลาด เพื่อให้บริษัทตนเองได้มีสิทธิยื่นเอกสารประมูลครบถ้วนถือว่าไม่ถูกต้อง
บริษัทธนโฮลดิ้ง เป็นบริษัทที่มีสายสัมพันธ์กับบริษัทที่ได้สัมปทานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่เพิ่งลงนามกันไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในการดำเนินการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ก็ใช้หลักการและระเบียบวิธีการเดียวกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงดังกล่าว โดยมีเงื่อนเวลาเป็นหลักสำคัญ ซึ่งทางกลุ่มผู้ฟ้องก็ปฏิบัติได้ แต่มีข้อสังเกตว่าทำไมในโครงนี้ถึงทำไม่ได้ การจะอ้างเรื่องจราจรติดขัด ถามว่าทำไมบริษัทที่เข้าร่วมประมูลอื่นจึงทำได้
รวมทั้งยังมีข้อน่าสังสัยว่า เมื่อมาถึงจุดลงทะเบียนแล้วจริง ทุกบริษัทเอกสารไม่พร้อม แต่ก็ทยอยนำมาถึงสถานที่ยื่นข้อเสนอในเวลาถัดมาครบทั้ง 9 กล่อง มีแต่ของบริษัทธนโฮลดิ้ง จำกัดกับพวก ที่มีการทยอยนำมาถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 มาแค่ 7 กล่อง อีก 2 กลุ่มที่เหลือคือแผนธุรกิจ และข้อเสนอด้านราคา มาทีหลัง เป็นเพราะการมารอบแรกและรอบสองก็เพื่อมาประเมินคู่ต่อสู้ว่ายื่นราคาเท่าไร เพื่อที่ตัวเองจะได้แก้ไขเอกสาร แต่ปรากฎว่าเกิดปัญหาจราจรเลยทำให้เอกสารมาถึงจุดลงทะเบียนเกินเวลา 15.00 น. โดยมาถึงในเวลา 15.09 น.
ถ้าศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเรื่องเวลาไม่ใช่สาระสำคัญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดก็เคยวินิจฉัยในคดีการประมูลก่อสร้างทางหลวงชนบท โดยตัดสิทธิผู้เข้าประมูลที่มายื่นซองช้าหลังกำหนดปิดรับซองไป 39 วินาที โดยกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในดคีนี้ ให้บริษัทธนโฮลดิ้งได้สิทธิเข้าประมูล เท่ากับเป็นการทำลายระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และอาจทำให้เกิดค่านิยมใหม่ว่าต่อไปใครจะมายื่นซองเวลาไหนก็ได้หากให้ผลตอบแทนกับรัฐสูง รวมทั้งอาจเกิดค่านิยมใหม่ ว่าแม้ทำผิดกฎ แต่มีเงินจ้างทนายเก่ง และให้ประโยชน์รัฐมาก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้งาน เพราะเงินชดเชยความผิดได้
พล.ร.ต.เกริกไชย ยังกล่าวด้วยว่า คดีนี้มีมูลค่าโครงการ 2.7 แสนล้านบาท รัฐบาลมีความตั้งใจจะให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประมูลอย่างถูกต้อง 2 รายก็ได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการคัดเลือก ยืนยันว่าการดำเนินการที่ผ่านมาถูกต้องเป็นธรรมแล้วและคัดค้านไม่ให้คณะกรรมการคัดเลือกให้สิทธิบริษัทธนโฮลดิ้งกับพวกอีก
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใสและยุติธรรม ทางคณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงยื่นเรื่องต่อประธานศาลปกครองสูงสุด ขอให้นำคดีนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด แต่ก็ขึ้นกับดุลยพินิจของประธานศาลปกครองสูงสุดว่าจะเห็นอย่างไร
หลังจากนั้น นายเชี่ยวชาญ สุขช่วย ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นประจำตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในฐานะตุลาการผู้แถลงคดี ได้แถลงความเห็นส่วนตนต่อคดีซึ่งไม่มีผลต่อการพิจารณาขององค์คณะโดยเห็นว่า จากที่ได้ศึกษากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ประกาศของคณะกรรมการคัดเลือกข้อเท็จจริงในคดีแล้ว เสนอให้องค์คณะศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง
โดยหลังจากนี้องค์คณะจะมีการประชุมเพื่อจะมีคำพิพากษาต่อไป ซึ่งยังไม่ได้มีการแจ้งว่าจะเป็นเมื่อใด
ศาลปกครองไม่คุ้มครอง “กลุ่มซีพี” ปมถูกตัดสิทธิ์ประมูลอู่ตะเภา