นายรามอน เอ็ม. โลเปซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (DTI) ของฟิลิปปินส์ ระบุว่า เขากำลังร้องขอให้รัฐบาลไทย ดำเนินการตามมาตรการขององค์การการค้าโลก (WTO) โดยหากไทยยังคงนิ่งเฉย ทางฟิลิปปินส์มีความจำเป็นที่จะกำหนดมาตรการตอบโต้ ซึ่งกรณีที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ การนำเข้ารถยนต์จากไทย
“เราจะพยายามโน้มน้าวไทยก่อน แต่หากไทยยังคงนิ่งเฉย เรามีความจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้”
โลเปซ กล่าวต่อว่า เนื่องจาก ฟิลิปปินส์ ไม่ได้นำเข้าบุหรี่และยาสูบจำนวนมากจากประเทศไทย ดังนั้นจึงเลือกใช้รถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นำเข้ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่การจัดเก็บภาษีศุลกากร หรือ จำกัดปริมาณ (QR) การนำเข้ารถยนต์
“อัตราภาษีศุลกากรมีการป้องกัน และมีรายได้ที่ชัดเจนจากการกำหนดอัตราภาษี ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมภาษีศุลกากรจึงเป็นที่ต้องการมากกว่า QR ในแก้ปัญหาทางการค้า”
ด้าน นายเซเฟอร์ริโน เอส. โรดอลโฟ ปลัดกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า DTI จะยื่นเรื่องตอบโต้ไปที่องค์การการค้าโลกภายในสิ้นปีนี้ โดยสิ่งต่าง ๆ จะยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากไทยเริ่มมีการเคลื่อนไหว
ตามข้อมูลของ DTI ประเทศไทยเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่ของฟิลิปปินส์ และด้วยข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยังฟิลิปปินส์โดยไม่ต้องเสียภาษีมาเป็นเวลานานหลายปี
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2562 คณะผู้แทนขององค์การการค้าโลก ได้มีมติเห็นด้วยตามข้อเรียกร้องของประเทศฟิลิปปินส์ว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายขององค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายศุลกากร ซึ่งรวมถึงการฟ้องคดีอาญากับบริษัทผู้นำเข้าบุหรี่ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด (PMTL) ในข้อหาสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศระหว่าง ปี 2545-2546 ต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมระบุให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ขององค์การการค้าโลก
Photo : PASCAL ROSSIGNOL / POOL / AFP