น.ส.นิตยา ม่วงกลาง แกนนำต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดินทำกินของชาวบ้านชุมชนซับหวาย อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เล่าว่า ชาวบ้านซับหวาย 14 คน ถูกดำเนินคดีจากการเข้าไปทำการเกษตรในพื้นที่ ตั้งแต่ก่อนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติไทรทอง
โดยเป็นผลมาจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้มีการกดดันชาวบ้านออกจากพื้นที่และดำเนินคดีกับชาวบ้านที่เข้าไปทำกินในบริเวณดังกล่าว
แม้ชาวบ้านบางรายจะยืนยันว่า ได้รับสิทธิ์การเข้าไปใช้พื้นที่ทำกินจาก ส.ป.ก. หรือมีหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ แต่ก็ไม่สามารถนำลดหย่อนโทษที่ได้รับ โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์เพิ่งมีคำพิพากษาตัดสินโทษชาวบ้านในข้อหาบุกรุกอุทยานไทรทองโดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 เดือน – 4 ปี ปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ไปจนถึง 1 ล้าน 5 แสนบาท
จนท. ตั้งข้อสังเกต “เอ๋ ปารีณา” ขอรังวัดใหม่ หนีอาญาผิดแค่แพ่ง
“วีระ” ยัน “เอ๋ ปารีณา” รุกป่าสงวน หวั่น “ธรรมนัส” ช่วยพ้นอาญา
น.ส.นิตยา เล่าอีกว่า ส่วนตัวไม่มีเอกสาร ส.ป.ก. หรือหลักฐานการเสียภาษี แต่ครอบครัวเข้ามาทำกินตั้งแต่สมัยตนเองยังเด็ก แต่ตนเองถูกตัดสินโทษจำคุก 12 เดือน และปรับเกือบ 2 แสนบาท จากข้อหาบุกรุกพื้นที่ราว 10 ไร่ โดยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำเป็นเวลา 75 วัน ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดีในชั้นฎีกา
นี่เป็นเพียงหนึ่งในชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีเท่านั้น ภายในหมู่บ้านซับหวายยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่ตัดสินโทษจำคุกจากการเข้ามาใช้พื้นที่ลักษณะต่างกัน แม้ว่าจะมีความพยายามเคลื่อนไหวต่อสู้คดีมาโดยตลอด รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามจาก “เข้มข่าวค่ำ” พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36
ชาวบ้านป่าโคกยาวร้องเรียนถูกผลักดันออกจากป่า
"ประยุทธ์" สั่งสอบนักการเมืองฮุบที่ส.ป.ก. ลั่นไม่ลำบากใจส.ส.ซีกรัฐบาลโดนด้วย