พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยความหน้าคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยง บ้านโป่ง-บางกลอย ว่า ในสัปดาห์นี้ ดีเอสไอ จะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกลุ่มสุดท้าย เป็นพยานบุคคลที่ตอนแรก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหากล่าวอ้างถึงตอนแรกนายชัยวัฒน์ระบุว่าจะส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ครบกำหนดเวลาที่แจ้งแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา ดังนั้นพนักงานสอบสวนจะไม่รอคำให้การส่วนดังกล่าว โดยพยานประกอบสำนวนกลุ่มสุดท้ายที่ต้องสอบคือเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นอกจากนี้ยังต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ เพื่อความครบถ้วนของสำนวน จากนั้นจะสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้กล่าวหาทั้ง 4 คน ตามกำหนดเวลาช่วงเดือนธ.ค.แน่นอน
สำหรับ คดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ ดีเอสไอได้ขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหา คือนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1, นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 โดยนายชัยวัฒน์และพวกได้รับการประกันตัว
ต่อมาดีเอสไอได้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาถอนการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่านายชัยวัฒน์ เข้าไปยุ่งเหยิงพยานและให้สัมภาษณ์ในประเด็นเกี่ยวข้องกับสำนวน แต่ศาลยกคำร้องโดยนายชัยให้ระบุว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์และเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
“ชัยวัฒน์” ท้าสาบานจุดพบถัง-กระดูก “บิลลี่”
“ชัยวัฒน์” รอดนอนคุก ศาลให้ประกันคดีฆ่า “บิลลี่ พอละจี”
“ส่วนผลการตรวจกระดูกจำนวน 9 ชิ้น เบื้องต้นพบว่าผลตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงกับนายบิลลี่ แต่เป็นชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ แต่คณะพนักงานสอบสวนได้พิจารณาแล้ว ควรมีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เก็บหลักฐานดังกล่าวอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาหรือจุดพบเพื่อชี้ให้เห็นความแตกต่าง ระหว่างชิ้นส่วนกระดูกรอบแรกที่เป็นชิ้นส่วนกะโหลก ที่นำไปตรวจพิสูจน์และระบุได้ว่าดีเอ็นเอตรงกับมารดาของนายบิลลี่
จนนำไปสู่คดีฆาตกรรมนายบิลลี่ เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องการปิดประเด็นหักล้างทำลายความน่าเชื่อถือเรื่องวัตถุพยานของผู้ต้องหา”
ทั้งนี้ ผลตรวจสอบชิ้นส่วนกระดูก 9 ชิ้น เป็นส่วนที่เหลือจาก 20 ชิ้นที่ตรวจพบ
พบโครงกระดูกยัดถังในอช.แก่งกระจาน คาดโยงคดีบิลลี่
ย้อนรอย 5 ปีคดี “บิลลี่ พอละจี” การจากไปไม่มีวันกลับ
ประวัติ “บิลลี่-พอละจี” แห่งใจแผ่นดิน