22 ปี “งูเห่าการเมือง” จากลุงหมัก ถึงลุงตู่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คำว่า งูเห่าการเมือง ถูกบัญญัติขึ้นเมื่อ 2540 เวลาผ่านมาแล้ว 22 ปี คำคำนี้ก็ยังคงอยู่

“งูเห่า” คำคุ้นเคยทางการเมือง  ที่มีบทบาททั้งอดีตและปัจจุบัน  

ต้นตอก็ไม่ได้มาจากไหน แต่มาจากนิทานอีสปเรื่องชาวนากับงูเห่า เล่าเรื่องเริ่มจากฤดูหนาว ใกล้เคียงกับช่วงเวลานี้ ที่ฤดูกาลหนาวเหน็บ แต่การเมืองร้อนฉ่า

เมื่อชาวนาสงสารงูเห่าที่นอนหนาว จึงเอามาให้ความอบอุ่น แต่สุดท้ายก็ถูกอสรพิษร้ายแว้งกัด

ส่วนงูเห่าการเมืองไทย มีกระแสมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ช่วงแรกของรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะมีใครบางคนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน แปลงร่างเป็นงูเห่ามาช่วยโหวตสนับสนุนรัฐบาลในวาระสำคัญต่างๆ

ความชัดเจนเริ่มชัดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากงูเห่าสีส้ม ทีเริ่มโผล่ขึ้นมาทีละตัวสองตัว

จนล่าสุดเกิดงูเห่าโผล่จากฉีกพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นสิบตัว  ครั้งการนับองค์ประชุมในการประชุมสภา เรื่องการตั้งคณะกมธ.ศึกษาผลกระทบจากม.44

คอการเมืองต่างวิเคราะห์กันว่า งูเห่า ยังจะมีมากกว่านี้ ในการโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

เรารู้แล้วว่า “งูเห่า” มาจากนิทานอีสป ที่ถูกใช้ในการเมืองไทย  แต่เมื่อไหร่กันที่ถูกเริ่มนำมาใช้ ทีมข่าวพีพีทีวีออนไลน์ จึงมาย้อนที่มาที่ไปของ งูเห่าการเมือง ให้ได้รู้กัน

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตัดสินใจลาออก  ซึ่งครั้งนั้นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตัดสินใจที่จะรวมกลุ่มกันและสนับสนุน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

โดยขณะนั้นมีเสียง ส.ส. พรรคร่วมฯที่จับมือกัน  4 พรรครวม 197 เสียง ประกอบด้วย พรรคความหวังใหม่  125 เสียงพรรคชาติพัฒนา 52 เสียง  พรรคประชากรไทย 18 เสียง พรรคมวลชน 2 เสียง

ส่วนอีกฝ่ายก็พยายามจัดตั้งรัฐบาลแข่ง โดยชูนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ และมีพรรคแกนนำคือพรรคประชาธิปัตย์ 123 เสียง พรรคชาติไทย 39 เสียง  พรรคเอกภาพ 8 เสียง  พรรคพลังธรรม 1 เสียง  พรรคไท  1 เสียง   รวมกับพรรคร่วมเดิมอย่าง พรรคกิจสังคม 20 เสียง  และ พรรคเสรีธรรม 4 เสียง  รวมได้ 196 เสียง แต่ก็ยังน้อยกว่าฝั่งตรงข้ามอยู่ 1 เสียง

ทำให้ผู้จัดการรัฐบาลในตอนนั้นอย่าง “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์  เจรจาดึงส.ส.พรรคประชากรไทย ในกลุ่มของนายวัฒนา อัศวเหม จำนวน 13 คนเข้ามาสนับสนุน จึงรวมได้เป็น 209 เสียง นายชวน จึงได้เป็นนายกฯ 

ทำให้พรรคประชากรไทยแตกออกเป็นสองฝ่าย คือที่หนุนพล.อ.ชาติชายและอยู่กับ สมัคร สุนทรเวช เหลือเพียง 5 เสียงจาก 18 เสียง  ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น “สมัคร” ได้เอาสำนวนจากนิทานอีสปเรื่อง “ชาวนากับงูเห่า” มาใช้

โดยนายสมัคร เปรียบตัวเองเป็นชาวนา ที่นำเอากลุ่มของ “วัฒนา” ให้มาอยู่ด้วย เพราะ ขณะนั้น “วัฒนา” ขัดแย้งกับ “บรรหาร ศิลปอาชา” เจ้าของพรรคชาติไทยและย้ายมาอยู่กับนายสมัคร แต่สุดท้ายเขาก็ถูกงูเห่าแว้งกัด และเปรียบกลุ่มของนายวัฒนาเป็นกลุ่ม “งูเห่า” เหตุการณ์ครั้งนั้น จึงน่าจะเป็นต้นกำเนิดของคำว่า “งูเห่า” ทางการเมือง

จนมาถึงปัจจุบัน ที่ชื่องูเห่ากลับมามีบทบาทอีกครั้ง แต่หากสังเกตุการณ์ให้ดีปรากฎการณ์งูเห่าเกือบทุกครั้ง กลุ่มส.ส.งูเห่า มักจะเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะชี้ชะตานายกฯหรือชี้ชะตารัฐบาลในยุคสมัยนั้นๆ

ส่วนการเลี้ยงงูเห่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องแลกกับอะไรมากมายไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หรือกล้วยจำนวนไม่น้อยหรือกับคดีความต่างๆ

งูเห่าจะมีค่าและราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามเสียงที่ปริ่มน้ำ

ที่สำคัญต้องคอยระวังว่างูเห่าจะกลับมาแว้งกัดตัวเองหรือเปล่า...

ส.ส.อนาคตใหม่ เตรียมแฉ “ขบวนการซื้องูเห่า”

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ