สภาพบาดแผลที่หญิงสาวคนนี้นำมาโพสต์เตือนผู้ใช้เฟซบุ๊กหลังเดินทางกลับมาจากการเที่ยวยอดดอยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เธอบอกว่านี่เป็นอาการการติดเชื้อแบคทีเรียจากแผลที่ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นยุงกัดแต่ปรากฏว่าแผลกลับใหญ่ขึ้นพร้อมกับอาการไข้ขึ้นสูง มีผื่นแดงตามใบหน้า จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 7 วัน และกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านอีก 3 วัน รวมแล้วกว่า 10 วัน แม้อาการจะดีขึ้นแล้วแต่ผื่นที่ขึ้นตามใบหน้ายังไม่ยุบ
เพจมูลนิธิหมอชาวบ้านให้ข้อมูลว่า โรคนี้เกิดจากตัวไร ที่มีเชื้อสครับไทฟัสกัด โดยตัวไรดังกล่าวมักจะอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า พุ่มไม้เตี้ย และป่าสูง แผลที่เกิดขึ้นจากไรกัดจะคล้ายรอยบุหรี่จี้ ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยมักมีผื่นแดงขึ้นตามตัวในวันที่ 6 ของไข้
หากปล่อยปละละเลย หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจมีภาวะแทรกซ้อนบางอาการมีอันตรายถึงเสียชีวิต หากไม่พบ แผลการวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเลือดพิสูจน์
สำหรับประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ กางเต็นท์ในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า พุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง รวมทั้งทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา