จิตติมา ภาณุเตชะ สร้างแคมเปญรณรงค์นี้ร้องเรียน กรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สะท้อนให้เห็นในตอนหนึ่งว่าผ้าอนามัยถูกจัดให้อยู่ในสินค้าประเภทเครื่องสำอาง ทำให้เป็นสินค้าที่มีภาษี มีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น และแพงเมื่อเทียบกับค่าแรงหรือรายได้ขั้นต่ำ โดยยกตัวอย่างว่า
“ผ้าอนามัย 1 ห่อ ประมาณ 40-60 บาท แบบสอดประมาณ 80 บาท ตอนกลางวันบางคนมามากต้องใช้แบบตอนกลางคืน (ซึ่งการมามากมาน้อยขึ้นอยู่กับบุคคล) แต่ผ้าอนามัยควรเปลี่ยนทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อสุขอนามัยที่ดี เฉลี่ยใช้วันละ 7 แผ่น เมนส์มาประมาณ 4-7 วันแล้วแต่คน เฉลี่ยแล้วเมนส์มา 1 ครั้งใช้ผ้าอนามัยประมาณ 30 กว่าแผ่น... ก็ประมาณ 400 บาทต่อเดือน” ถ้าผู้หญิงหนึ่งคนมีช่วงที่มีประจำเดือนสัก 30 ปี ก็จะเสียค่าใช่จ่ายประมาณ 140,000 บาท
ในต่างประเทศเริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องนี้เช่นกัน เช่น
‘ถ้วยอนามัย’ ผ้าอนามัยรักษ์โลก!
รัฐบาลอังกฤษ - ประกาศลดภาษีผ้าอนามัย พร้อมบริจาคเงินภาษี 15 ล้านปอนด์ให้องค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้หญิงทุกปี
รัฐบาลสก็อตแลนด์ - ทุ่มเงินกว่า 4 ล้านยูโร แจกผ้าอนามัยฟรีให้แก่ประชาชน เพราะเห็นว่าเป็นกลไกทางร่างกายที่ผู้หญิงเลือกไม่ได้
รัฐบาลอินเดีย - ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย 100% เพราะเห็นว่าการมีประจำเดือนเป็นหนึ่งในเหตุผลแรกๆ ที่เด็กหญิงจำนวนมากต้องทิ้งการเรียน เพราะไม่มีผ้าอนามัยใช้ในเวลาจำเป็น บางส่วนใช้เศษผ้า กระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
รัฐบาลออสเตรเลียและแคนาดา - ประกาศยกเลิกภาษีผ้าอนามัย ตามเสียงเรียกร้องของหลายหมื่นคนบน Change.org
เธอขอยืนยันด้วยว่านี่ ไม่ใช่ ‘การมอบอภิสิทธิ์’ ให้ผู้หญิง แต่คือ ‘สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง’ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองจากรัฐ
ผ้าอนามัยไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย ต้องมีมาตรการควบคุม ให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงได้ #ของมันต้องมี
ขณะที่ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง PPTVHD36 พบว่า ผ้าอนามัยถูกขึ้นให้เป็นสินค้าที่ต้องควบคุมและทบทวนราคาอย่างน้อยปีละครั้ง โดยทางกระทรวงพาณิชยพิจารณาราคาที่เหมาะสมอีกครั้งหลังจากรวมถึงให้ผู้จำหน่ายชี้แจ้งเรื่องต้นทุนเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการ
โดยผ้าอนามัย เป็นสินค้าที่มีการควบคุมราคาลำดับที่ 31 จากจำนวนสินค้าควบคุม 46 รายการ และบริการควบคุม 6 รายการ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เรื่อง ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 53 พ.ศ. 2562 เรื่อง การกำหนดสินค้าและบริการควบคุม
'หมอแล็บแพนด้า' เตือนใช้ผ้าอนามัยดัดแปลงกันฝุ่น PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด
และอีกฉบับ คือ ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 85 พ.ศ.2562 “เรื่องการแจ้งต้นทุน ราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับผ้าอนามัย” เพื่อนำไปสู่การกำหนดราคาที่เป็นธรรม ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/201/T_0168.PDF
อย่างไรก็ตาม ผู้รณรงค์แคมเปญดังกล่าวบอกด้วยว่า “ ผู้หญิงไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไม่มีมดลูก และประจำเดือนมันก็ติดมาพร้อมการมีมดลูก ผ้าอนามัยควรถูกมองว่าเป็น ‘สินค้าจำเป็น’ ต่อสุขภาพอนามัย ไม่ใช่คิดแค่ว่าเป็น ‘ความรับผิดชอบส่วนตัว’ ของผู้หญิง ”