เวทีปราศรัยใหญ่ เวทีสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ที่วิทยาลัยเกษตร อ. มัญจาคีรี นอกจากยุทธศาสตร์การยกทัพใหญ่ของแกนนำพรรค มาโชว์ตัวและช่วยหาเสียง สิ่งที่น่าสนใจ คือยุทธศาสตร์ในการโฟกัส กลุ่มฐานเสียงที่เน้นการจัดเวทีปราศรัย และเคลื่อนขบวนรถหาเสียง ซึ่งทำเฉพาะพื้นที่ อ.มัญจาคีรี บ้านเกิดของนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส. เขต 7 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. เนื่องจากต้องโทษประหารชีวิต
นับตั้งแต่พรรคเพื่อไทย มีมติเห็นชอบให้ "นายธนิก" เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 พรรคเพื่อไทย แทนนายนวัธ ที่ถูกต้องโทษประหารชีวิต นายธนิก และแกนนำพรรคเพื่อไทย ตั้งเวทีปราศรัย และเดินสายหาเสียง ในพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี ซึ่งเป็น 1 ใน 2 อำเภอของเขตเลือกตั้งที่ 7 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวทีสุดท้าย แกนนำพรรคเพื่อไทย ยังใช้วิธีการอภิปราย โดยเน้นปัญหากติกาของรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้อง และความเหลื่อมล้ำ ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้
สนามเลือกตั้งเขตนี้ ถือเป็นการลงแข่งในระบบเขต "ครั้งแรก" ของนายธนิก แข่งกับ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ว่าที่ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยเป็นอดีต ส.ส. ในพื้นที่ ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ แพ้คะแนน นายนวัธ เพียง 3,000 คะแนนเท่านั้น
สำหรับยุทธศาสตร์การหาเสียงของ 2 พรรคการเมือง มีข้อมูลจากสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ที่น่าสนใจว่า เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดขอนแก่น มีเนื้อที่ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อ.หนองเรือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายสมศักดิ์ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 75,000 คน และ อ.มัญจาคีรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายนวัธ และนายธนิก มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประมาณ 57,000 คน โดยทั้ง 2 คน เน้นรักษาฐานเสียงในอำเภอของตัวเองเป็นหลัก
กลยุทธ์ที่ใช้ของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการพยายามที่จะช่วงชิงพื้นที่ตรงนี้ให้ได้ โดยพรรคเพื่อไทยจะแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าแพ้หมายถึงคะแนนเสียงในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลจะหายไปอีกหนึ่ง ในขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลก็จะแพ้ไม่ได้เช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหว และการหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ เป็นอย่างไร คุณวิทวัส ปาลอินทร์ จะรายงานมาจาก อ.หนองเรือ