พลตำรวจโท อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า หลังตำรวจได้รับผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ยืนยันว่าโครงกระดูกที่พบในรถที่จมน้ำเป็น น.ส.กลิ่นเกษร และจากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายได้คบหากับนายสันติ จึงทองดี
เจ้าของโรงงานปุ๋ย โดยภายหลังได้มีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาท เรื่องหึงหวงก่อนหายตัวไป จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานบุคคล ทำให้เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรมโดยใช้ผ้าปูที่นอนในออฟฟิศภายในบ้านของนายสันติ ห่อศพผู้ตายไว้ แล้วนำศพผู้ตายมาถึงเพื่ออำพรางคดี
ขณะนี้ยังไม่ทราบวิธีการทำให้ตายอย่างแน่ชัด หลังจากนั้นพนักงานสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ไปขออนุมัติศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับ นายสันติ จึงทองดี และนายนิวัฒน์ เฉลิมวัฒน์ ลูกน้องคนสนิท อายุ36ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายร่วมกันทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร และร่วมกันกระทำการใดๆแก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี
หลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การออกหมายจับและมั่นใจว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเกี่ยวข้องกับการตายของน.ส.กลิ่นเกษร ก็คือความใกล้ชิดของผู้ตายกับเสี่ย พยานบุคคลและวัตถุพยานที่พบบริเวณโครงกระดูกอย่างดินมานที่ใช้สำหรับทำปุ๋ยในโรงงาน
เบื้องต้นทางผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ แต่เรื่องการฆ่ายังให้การปฏิเสธ จึงไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรีในวันพรุ่งนี้