งานวิจัยดังกล่าวเป็นการร่วมกันเก็บข้อมูลของสำนักข่าวเอพี สำนักข่าวยูเอสเอ ทูเดย์ และ มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น (Northeastern University) ที่พบว่าตลอดทั้งปี 2019 ได้เกิดเหตุสังหารหมู่ 41 คน มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนรวมกัน 211 คน จำนวนนี้ 33 เหตุการณ์เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน ส่วนแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐมี่มีเหตุสังหารหมู่มากที่สุด จำนวนนวน 8 ครั้ง
โดยการศึกษาที่เก็บข้อมูล ย้อนหลังไปจนถึงช่วงปี 1970 พบว่าไม่มีปีใดที่มีเหตุสังหารหมู่มากกว่าปีนี้ ส่วนอันดับ 2 เป็นของปี 2006 ที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น 38 คน
อย่างไรก็ตามปีที่มีผู้เสียชีวิตจากการเหตุสังหารหมู่มากที่สุดคือปี 2017 ที่มีผู้เสียชีวิต 224 คน จำนวนนี้รวมถึงเหยื่อมากถึง 59 คน ที่ถูกกราดยิงระหว่างงานเทศกาลในเมืองลาสเวกัส
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังระบุว่าว่าเหตุสังหารหมู่หลายครั้งไม่ได้กลายเป็นข่าวสำคัญ เนื่องจากไม่ได้เกิดเหตุในที่สาธารณะ เพราะเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครอบครัว หรือแก็งค้ายาเสพติด ดัวยกันเอง
โดยทีมวิจัยให้นิยามของคำว่าสังหารหมู่คือ การฆ่าคนมากกว่า 4 คน ในคราวเดียว แต่ไม่นับรวมคนร้าย ที่อาจฆ่าตัวตายหรือถูกตำรววจวิสามัญฆาตกรรม