เป็นข้อเสนอของนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค ที่เตือนว่าประชาชนไม่ควรบริโภคน้ำประปา แม้ว่าจะผ่านการต้มแล้ว เพราะไม่ช่วยให้ค่าความเค็มเจือจางลง ยกเว้น น้ำประปาผ่านการกรองจากเครื่องกรองน้ำ RO (reverse osmosis) ซึ่งเป็นเครื่องกรองน้ำที่มีความละเอียดสูง กรองน้ำด้วยระบบออสโมซิสผันกลับ ซึ่งตามปกติเครื่องกรองน้ำลักษณะนี้จะอยู่ตามโรงพยาบาล หมายความว่า โรงพยาบาลอาจไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำประปาเค็ม
นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ประชาชนจะต้องเผชิญปัญหาน้ำประปาเค็มไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เนื่องจาก น้ำจืดไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีน้ำดันน้ำทะเลที่หนุนเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงระบบการผลิตประปาไม่มีระบบทำให้ค่าความเค็มเจือจางลง
ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ยอมรับว่า การแก้ปัญหาน้ำเค็มทำได้เพียงเฉพาะหน้า คือ เมื่อรู้ว่าน้ำทะเลจะหนุน กรมชลประทานจะสูบน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 90 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที เพื่อส่งลงมาดันน้ำเค็ม ที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี รวมถึงจะผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง ส่งต่อคลองพระยาบันลือ 20 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที เพื่อช่วยดันน้ำด้วย
สาเหตุที่แม้จะส่งน้ำจืดดันน้ำเค็มแต่ก็ยังประสบปัญหาน้ำประปาเค็มอยู่ นายทองเปลว ระบุว่า เป็นเพราะ ระหว่างทาง มีน้ำบางส่วนหายไปจากระบบ หมายความว่ามีการลักลอบสูบน้ำตามจุดต่างๆ เนื่องจากสถานการณ์ข้างเคียงกับน้ำประปาเค็ม คือ ภัยแล้งในหลายพื้นที่
ทั้งนี้นายทองเปลว ยังระบุว่า วันนี้(3ม.ค.) ค่าความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 0.22 กรัม ต่อ ลิตร ขณะที่ค่าความเค็มมาตรฐานอยู่ที่ 0.5 กรัม ต่อลิตร หมายความว่า สถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้นกว่าช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ จากข้อมูลพบว่า วันที่ 7-8 มกราคมนี้ มีรายงานว่าน้ำทะเลจะหนุนสูง ซึ่งทำให้ขณะนี้ต้องเตรียมพร้อมแบ่งปันน้ำจืดที่เขื่อนเจ้าพระยาเพื่อส่งมาดันน้ำทะเล เนื่องจาก น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจะใช้เวลา 2-3 วัน ไหลมาถึงสถานีสูบน้ำคลองสำแล
ด้าน นพ. สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม เจ้าของเพจคุณหมอสตอรี่ ให้ข้อมูลว่า น้ำประปาที่มีรสชาติเค็ม จะส่งผลกระทบกับ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต ความดัน และ โรคเบาหวาน เพราะ ปกติค่าโซเดียมในน้ำไม่ควรเกิน 0.25 กรัม ต่อ น้ำหนึ่งลิตร หมายความว่า ผู้ป่วยในโรคดังกล่าวต้องได้รับโซเดียมน้อยกว่าค่าปกติ
ส่วนประชาชนทั่วไป แม้จะไม่เป็นโรคดังกล่าว แต่หากบริโภคน้ำประปาเค็ม ก็จะมีความเสี่ยงที่อาจป่วยเป็นโรคเหล่านี้ได้ นอกจากนี้กลุ่มผู้ที่มีผิวบอบบาง ก็ยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ เช่น อาจมีอาการคันตามผิวหนัง หรือ เกิดสิวขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ
นพ.สิทธาย้ำว่าไม่สามารถระบุได้ว่า ต้องบริโภคน้ำประปาเค็มมากน้อยแค่ไหน จึงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงแนะนำว่า หากอาบน้ำแล้วรู้สึกคันผิวหนัง ระคายเคืองตา หรือดื่มน้ำแล้วรู้สึกว่ารสชาติเปลี่ยนไป ควรหาแหล่งน้ำอื่นมาใช้แทน
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกันเนื่องจากเป็นปัญหาใหญ่ของปีนี้ เบื้องต้นมีการจัดหาแหล่งรายได้ชดเชยให้แก่เกษตรกร และ ช่วยเหลือสนับสนุนให้เกษตรกรไปทำปศุสัตว์ทดแทนก่อน มาตรการทั้งหมดเชื่อว่า ว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างน้อย 30 ล้านคน รวมถึงจะหาแนวทางป้องกันการลักลอบสูบน้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งมีการเขียนโครงการเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะ รองบประมาณปี 2563 อยู่ เชื่อว่าเมื่องบประมาณผ่าน การจัดการจะรวดเร็วมากขึ้น