เปิดคำวินิจฉัยส่วนตน ‘7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ ให้ ‘ธนาธร’ พ้น ส.ส.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนตุลาการ 9 ท่าน โดย 7 เสียงข้างมากให้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่พ้น ส.ส. ขณะที่ 2 เสียงข้างน้อยชี้ไม่มีลักษณะต้องห้าม!  

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดสภาพความเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไปเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 นั้น

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา  เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการทั้ง 9 คนออกมา 

โดย 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมาก ประกอบด้วย
1. นายจรัญ ภักดีธนากุล
2. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์
3. นายนุรักษ์ มาประณีต
4. นายบุญส่ง กุลบุปผา
5. นายปัญญา อุดชาชน
6. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม
7. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี



ขณะที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายชัช ชลวร และ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ

 


อย่างไรก็ตาม สำหรับคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากบางท่าน ที่มีความเห็น ว่า นายธนาธร พ้นสภาพความเป็น ส.ส.  

เริ่มจากนายจรัญ ภักดีธนากุล วินิจฉัยว่าจากเอกสารหลักฐานที่มี ได้อยู่ในความครอบครองของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยยังไม่ได้โอนหุ้นออกไป เนื่องจากเป็นบริษัทที่ผู้ถูกร้องไม่ได้เป็นผู้บริหารและไม่ได้เข้าเกี่ยว ข้อง ตามที่ได้เบิกความไว้ต่อศาล

แต่เมื่อผู้ถูกร้องทราบว่า นายภูเบศร์ เห็นหลอด ซึ่งเป็นสมาชิกพรคอนาคตใหม่ที่ผู้ถูกร้องเป็นหัวหน้าพรรค ถูกศาสฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน ผู้ถูกร้องกลับจัดทำเอกสารการโอนหุ้นย้อนหลังเพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติ จึงทำให้เกิดพิรุธหลายประการ คดีนี้แม้ไม่มีพยานหลักฐานโดยตรงที่ชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องโอนหุ้นให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 จริงหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อพิรุธหลายจุดหลายประการประกอบกับพยานหลักฐานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีที่สอดรับกันอย่างแน่นหนาแล้ว

ย่อมมีความน่าเชื่อมากกว่าพยานเอกสารและคำเบิกความของพยานผู้ถูกร้อง และข้อเท็จจริงที่ได้จากพฤติการณ์แวดล้อมที่เป็นพิรุธนำสงสัยหลายประการประกอบกันมีน้ำหนักหักล้าง ข้อสันนิษฐานของกฎหมายและพยานหลักฐานของผู้ถูกร้องได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นว่าผู้ถูกร้องเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนในวันที่ผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นผู้มีสักษณะต้องห้ามตามรัฐธรมนูญ เป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ

 


ขณะที่คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย 2 คน ที่วินิจฉัยว่านายธนาธรนั้นไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับ เลือกตั้งเป็น ส.ส.นั้น

นายชัช ชลวร วินิจฉัยว่า ศาลไม่ปรากฏข้อสงสัยว่าเอกสารที่จัดทำขึ้นไม่ถูกต้องตามเจตนาของผู้โอนและผู้รับโอน และไม่มีข้อเท็จจริงอื่นที่ แสดงให้เห็นว่าการโอนหุ้นเป็นนิติกรรมที่ไม่ชอบตัวกฎหมายอย่างไร ส่วนการชำระราคา หุ้นไม่มีข้อให้สงสัย เนื่องจากการโอนหุ้นแม้จะทำนิติกรรมให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนก็ถือว่าเป็นการโอน โดยชอบ

ด้านนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ วินิจฉัยว่าการดำเนินการแจ้งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 นั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 จึงอยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง  ประกอบกับในช่วงระยะเวลาที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1159 อยู่แล้ว จึงได้ดำเนินการแจ้งไปในคราวเดียวกัน

เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 เป็นกรณีที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนในทันที ประกอบกับไม่มีหลักฐานอื่นของฝ่ายผู้ร้องที่มีเหตุผลกว่ามาหักล้าง จึงต้องรับฟังการแจ้งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ดังนั้น ผู้ถูกร้องจึงไม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

“มานพ คีรีภูวดล” เลื่อนอันดับปาร์ตี้ลิสต์ แทน “ธนาธร”

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ