วันนี้ 10 ม.ค. 2563 นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ยอมรับว่า คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ในคดีประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังบริษัท ธนโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพี ยื่นเอกสารการประมูลช้าไป 9 นาที ถือเป็นเรื่องน่าตกใจมากที่คำพิพากษาออกมารูปแบบนี้ เพราะกระบวนการประมูลงานของภาครัฐ ต้องทำให้ทุกอย่างเป็นมาตรฐานและบรรทัดฐานเดียว เพื่อรักษาธรรมาภิบาลให้โปร่งใส ใครเข้ามาแข่งขันทุกคนต้องทำตามกติกา ฉะนั้นเงื่อนไขทุกอย่างที่กำหนดไว้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นสิ่งสำคัญ
ซึ่งในระบบการจัดซื้อจัดจ้างมีแนวปฎิบัติชัดเจนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเช่นนี้ เคยมีเอกชนไปยื่นสายเอกสารประมูลช้าเพียงไม่กี่วินาที ศาลก็ตัดสินว่าไม่ได้ การมาสายก็คือสาย เพื่อให้การประมูลยุติธรรม ไม่เช่นนั้นการประมูลจะกลายเป็นเรื่องของการเอื้อพวกพ้อง และมีผลประโยชน์ เงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับเหตุผลเรื่องเงื่อนไขทางด้านเวลาไม่ใช่สาระสำคัญนั้น นายมานะ มองว่า ในกระบวนการประมูล ทุกอย่างมีความสำคัญหมดจะไปตัดอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หลังจากนี้จึงมองว่าจะเกิดผล กระทบที่รุนแรงมากต่อระบบจัดซื้อจัดจ้าง จนเป็นช่องว่างในระบบกฎหมาย ให้เจ้าหน้ารัฐก่อการคอรัปชันได้ง่ายมากขึ้น จากบรรทัดฐานการตัดสินที่เปลี่ยนไป
นอกจากนี้ เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชัน ยังบอกว่า ต้องชื่นชมกองทัพเรือที่พยายามผลักดันคดีนี้ ให้ถูกนำเข้าไปสู่ "ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด" เพื่อการตัดสินจะได้มีความชัดเจน เป็นแนวทางที่ดี แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามาถนำเรื่องเข้าไปได้ หลังจากนี้ จึงอยากเห็นกติกาที่ชัดเจนว่าเรื่องใดบ้างถึงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
ศาลปกครอง ให้ ซีพีกลับเข้าประมูลเมืองการบิน ชี้ เวลาไม่ใช่สาระสำคัญ