ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กชาย 15คน เป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิเอกชนที่ใช้ชื่อว่า “นูซันตารา” ในจำนวนนี้มีทั้งเด็กที่กำพร้าทั่วไปและเด็กที่กำพร้าจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดย ลี เด็กชาย วัย 11ปี กลายเป็นเด็กกำพร้าหลังพ่อเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อประมาณปี 2559 หลังเกิดเหตุ ลีไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากรัฐ ทำให้แม่ต้องตัดสินใจนำตัวมาฝากไว้ให้มูลนิธินูซันตาราดูแล
นอกจากเด็กที่อยู่ในบ้านพักนูซันตาราแล้ว มูลนิธินี้ยังรับดูแลเด็กกำพร้าจากสถานการณ์ความไม่สงบอีกกว่า 190 คน โดยส่งเสียให้เล่าเรียนในระบบการศึกษา เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐ เนื่องจากเป็นบุตรหลานของกลุ่มผู้เห็นต่าง ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาตามที่รัฐกำหนด
ตลอด16 ปี ของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนเด็กกำพร้าจากสถานการณ์สะสมมากถึง 7,297 คน ในจำนวนนี้มูลนิธินูซันตาราระบุว่า มีกว่า 1,000 คน ที่รัฐไม่รับรองเข้าไปเยียวยาช่วยเหลือ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจถูกดึงเข้าไปสู่วงจรความรุนแรงซ้ำอีก
ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากสถานการณ์ความไม่สงบ ยอมรับว่า รัฐไม่ได้ให้การช่วยเหลือ เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เป็นกลุ่มเห็นต่างและเสียชีวิตจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นเหตุจากการบังคับใช้กฎหมาย แต่พยายามช่วยเหลือในทางอื่นนอกเหนือจากเกณฑ์ที่กำหนด
แม้ระยะหลังสถิติเหตุความรุนแรงในพื้นที่จะลดลงและมีจำนวนเด็กกำพร้าจากสถานการณ์ลดลงตามมา แต่จำนวนที่มีสะสมอยู่กว่า 7000คนก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่ทั่วถึง โดยเฉพาะการเยียวยาด้านจิตใจ ที่รัฐยังไม่มีแนวทางเป็นรูปธรรม นอกจากการให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือ
ปิติพร เพรามธุรส พีพีทีวี รายงาน