จากกราฟิกแผนที่คาดการณ์ปริมาณคลอไรด์ ในพื้นที่เขตบริการการประปานครหลวง จะเห็นว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากค่าความเค็ม หรือค่าคลอไรด์เกินมาตรฐาน ที่ 250 มิลลิกรัมต่อลิตร ก็คือพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ฝั่งนี้ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแลมาผลิตประปา เมื่อค่าคลอไรด์เกินมาตรฐาน จะส่งผลให้น้ำประปามีรสชาติเค็มและกร่อย
ซึ่งแต่ละพื้นที่จะไม่ได้กร่อยตลอดทั้งวัน แต่จะกร่อยเป็นช่วงเวลา ยกตัวอย่างที่สถานีสูบจ่ายน้ำพหลโยธิน สาขาพญาไท และลาดพร้าว จะเริ่มกร่อยตั้งแต่ 09.00 น. จนถึง 17.00 น. และค่าความเค็มจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แม้ว่าค่าคลอไรด์ช่วงนี้จะเกินมาตรฐานในหลายจุด ซึ่งส่งผลต่อความ “ไม่น่าดื่ม” หรือรสชาติเปลี่ยน แต่การประปานครหลวงยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนปกติ ยกเว้นกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดัน หัวใจ เด็กและคนแก่ ขอให้เลี่ยงดื่มน้ำประปาช่วงที่มีรสกร่อยออกไปก่อน
ขณะที่กรมชลประทาน ยังดำเนินการเร่งระบายน้ำช่วยผลักดันน้ำเค็มตามแผน ทั้งผันน้ำจากแม่กลองมาช่วย และระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยามาเพิ่ม แต่จะเห็นว่าลิ่มความเค็ม ยังขึ้นมาถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล ซึ่งค่าความเค็มสูงสุดของเมื่อวานนี้ขึ้นมาถึง 0.85 กรัมต่อลิตร ซึ่งกรมชลประทานต้องพยายามไม่ให้เกิน 0.6 กรัมต่อลิต เพื่อไม่ให้รสชาติน้ำประปาเปลี่ยน