น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน เผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Kannikar Kijtiwatchakul เกี่ยวกับการตรวจสอบเครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อกรองฝุ่นไม่ได้ PM2.5 โดยอ้างอิงข้อมูลจากนิตยสารฉลาดซื้อ ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ( https://chaladsue.com/ ) ซึ่งเป็นข้อมูลจากดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง ประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน
โดย น.ส.กรรณิการ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันไทยไม่ได้มีมาตรฐานอุตสาหกรรมในการผลิต ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่สามารถเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพได้ ดังนั้น เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งจัดทำมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อ เลือกใช้สินค้า ที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม ในการป้องกัน อันตรายจากการสูดดม ฝุ่นและควันมลพิษที่แพร่กระจายเข้ามาสู่ตัวบ้าน และสร้างผลกระทบทางสุขภาพกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มเสี่ยง
จากผลการทดสอบสามารถแบ่งประเภทของเครื่องฟอกอากาศ โดยพิจารณาจาก การเปรียบเทียบ พื้นที่ห้องที่เหมาะสม กับ พื้นที่ห้องที่แนะนำตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน สรุปได้เป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
ฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐาน 42 พื้นที่ คพ.เตือน ปชช.ระวังสุขภาพ
กลุ่มที่ 1 คือ เครื่องฟอกอากาศเหมาะกับกลุ่มที่ขนาดพื้นที่ห้องจากการทดสอบ มีขนาดเล็กมาก (2.32 ตารางเมตร) ซึ่งสามารถแปลผลการทดลองได้ว่า ไม่สามารถลดปริมาณฝุ่นได้
กลุ่มที่ 2 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มี ขนาด 13.82 ตารางเมตร แต่ไม่เป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน
กลุ่มที่ 3 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มีขนาด มากกว่า 20 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 30 ตารางเมตร และเป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน
กลุ่มที่ 4 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ได้กับห้องที่มีขนาดมากกว่า 20 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 30 ตารางเมตร แต่ไม่เป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน
กลุ่มที่ 5 เครื่องฟอกอากาศที่สามารถใช้ในห้องที่มีขนาด มากกว่า 30 ตารางเมตร และเป็นไปตามโฆษณาหรือคู่มือการใช้งาน
โดยผลการสำรวจเครื่องฟอกอากาศในแต่ละกลุ่ม ดังนี้ ผลการสำรวจเครื่องฟอกอากาศ