ผู้เสียหายเป็นชายวัยรุ่นสองคน เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ตำรวจภูธรช้างเผือก หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา ถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีหลายคน บังคับกราบเท้าและรุมทำร้าย ขณะนั่งรอร้อยเวร ภายในห้องลงบันทึกประจำวัน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ที่ผ่านมา
ผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ว่าก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดคำเที่ยง อำเภอเมืองเชียงใหม่ ระหว่างยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าร้าน ยังไม่ทันได้เข้าไปนั่ง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีเข้ามาพูดจาลักษณะหาเรื่อง ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีได้เปิดฉากชกต่อยเพื่อนรุ่นน้องของตนเองจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทชุลมุน ก่อนที่ทางร้านจะแจ้งสายตรวจเข้าระงับเหตุ และ ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปให้ปากคำที่โรงพัก โดยคิดว่าเหตุการณ์จะจบลงแค่นี้
แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงโรงพัก ระหว่างนั่งรอที่ห้องลงบันทึกประจำวัน กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีประมาณ 5-6 คน ได้เข้ามา เป็นจังหวะที่ร้อยเวรออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ส่วนพนักงานสอบสวนและสายตรวจไปเข้าห้องน้ำ หนึ่งในกลุ่มคู่กรณีได้ยกเท้ากระทืบบนเก้าอี้ บังคับให้กลุ่มของผู้เสียหายกราบเท้า ก่อนรุมกระทืบ
หลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้าระงับเหตุทันที ทำให้วัยรุ่นที่ก่อเหตุแยกย้ายออกไป จากนั้นไม่ถึง10 นาที วัยรุ่นที่ก่อเหตุก็นำพวกอีกกว่า 10 คนมาดักรอผู้เสียหายหน้าโรงพัก ทำให้ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ ส่วนผู้เสียหายที่มีอยู่ด้วยกัน 3 คน ต่างพากันวิ่งไปหาที่หลบซ่อนบนชั้น2 ของโรงพัก
เบื้องต้นผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมาก่อน และ ไม่ได้เมาสุรา เพราะที่ร้านอาหารยังไม่ทันเข้าไปนั่ง ก็ถูกทำร้ายก่อนแล้ว ส่วนเหตุที่ถูกทำร้ายในโรงพักทำให้หวาดกลัวมากและขอให้ตำรวจดำเนินคดี
ด้านพันตำรวจเอกกิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก บอกว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน ทั้ง เหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นหน้าร้านอาหาร และ เหตุที่เกิดในโรงพัก โดยในส่วนของเหตุที่โรงพัก ทราบว่าเป็นเหตุเฉพาะหน้าที่เกิดจากความไม่พอใจระหว่างคู่กรณี ไม่ได้เป็นกลุ่มแก๊งหรือเหตุรุนแรงถึงขั้นปิดล้อมโรงพัก หรือ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งได้สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน
ขณะที่พลตำรวจตรี พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า มีการขึ้นไปทะเลาะวิวาทก่อเหตุกันต่อบนโรงพักซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ตำรวจต้องมียุทธวิธีในการควบคุม และประเมินสถานการณ์ต้องไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นบนโรงพัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ตอนนี้ได้คาดโทษ ผู้กำกับสถานี และรองผู้กำกับปราบปรามฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ปรับปรุงการทำงาน
เบื้องต้นตำรวจมีภาพจากวงจรปิดในโรงพักเป็นหลักฐาน และจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทุกคน สองข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และทะเลาะวิวาทกันอย่างอื้ออึงในที่สาธารณะ
ซ้ำซาก !! วัยรุ่นนับสิบ บุกโรงบาล ทำร้ายอริ
สะดุดขากันเป็นเหตุ! ตร.รวบยกแก๊ง วัยรุ่นตะลุมบอนในห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง