เมื่อวันที่ (27 ม.ค. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสารภาพของนายไพบูลย์ ส่างสาร วัย 56 ปี ที่ยอมรับว่าตัวเองก่อเหตุขับรถชนอีกฝ่ายจริง เพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่เมื่อถามว่าวันเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันเรื่องอะไร นายไพบูลย์ไม่ตอบแต่บอกว่า “ผมรักครอบครัวรัศมี ผมไม่พูดอะไร” ซึ่งครอบครัว “รัศมี” ก็คือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยนายไพบูลย์บอกว่าหลังเกิดเหตุก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปและพร้อมยอมรับชะตากรรมของตัวเองที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 มกราคม เวลาประมาณ 8.40 น. ภาพวงจรปิดภายในหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ อ.เมือง จ.อยุธยา แสดงภาพ นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง วัย 57 ปี ผู้เสียชีวิตกำลังรถน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน โดยภายในภาพมีการวางราวตากผ้าในลักษณะที่ล้ำไปทางบ้านข้าง ๆเล็กน้อย จากนั้นปรากฎภาพนายไพบูลย์ ผู้ก่อเหตุจะเดินออกจากบ้านหลังติดกันมาทางบ้านฝั่งตรงข้าม และเดินไปมาหลายครั้งพร้อมกับมองนายสุพรรณ์แต่ไม่ได้เดินเข้าไปหา โดยในวงจรปิดบางช่วงมีลักษณะที่อาจบ่งชี้ว่า ทั้ง 2 คน พูดคุยอะไรกันบางอย่าง
จากนั้น นายไพบูลย์ก็เข้าไปขับรถเก๋งที่มีผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในรถออกจากบ้านตรงข้ามและขับถอยไปเล็กน้อย ก่อนเหยียบคันเร่งและหักเลี้ยวพุ่งชนนายสุพรรณ์ที่ยืนหันหลังบริเวณหัวมุมถนนอย่างเต็มแรง โดยไม่รู้ตัวและจังหวะนั้นรถได้ลากร่างของนายสุพรรณ์ไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิต ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่สนามฟุตบอลห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วทิ้งรถเก๋งพร้อมผู้โดยสารไว้ ซึ่งในวันนี้นายไพบูลย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังทิ้งรถเก๋งไว้บริเวณสนามฟุตบอล ซึ่งเข้ารับจ้างบ้านฝั่นตรงข้ามขับรถมาส่งคนที่อยู่ในรถ ก็ได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ไปที่ท่ารถตู้ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา และขึ้นรถตู้ไปที่ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ก่อนเดินเท้าไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งตัดสินใจโทรศัพท์หาครอบครัวให้พามามอบตัว
ขณะที่ลูกสาวของนายไพบูลย์ เปิดเผยว่า นายไพบูลย์ติดต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยโทรศัพท์มาร้องไห้กับตนเอง บอกว่า สำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นและจะเข้ามามอบตัว ครอบครัวจึงรีบพาตัวมาพบพนักงานสอบสวน ส่วนตัวยังไม่ทราบความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 คน แต่ทางครอบครัวก็พร้อมรับผิดชอบตามกำลังที่มี
ด้าน พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหาก็รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยให้การว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน 8 ปี มีลักษณะการกระทบกระทั่งกันหลายครั้งจากการที่ผู้เสียชีวิตเคยจอดรถหรือตั้งราวตากผ้าล้ำหน้าบ้าน ประกอบกับชอบส่งเสียงดัง บางครั้งก็พูดดูถูก ทำให้ผู้ต้องหาเก็บกดมาเป็นเวลานานก่อนก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบจากการที่ผู้เสียชีวิตฉีดน้ำมาโดยตัวในวันเกิดเหตุ
ด้าน น.ส.ปราณกมล รัศมี ภรรยาผู้เสียชีวิต เดินทางมาพบ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา หลังผู้ต้องหามอบตัว เพื่อขอให้ตำรวจคัดค้านการประกันตัว โดยระบุว่าทำใจให้อภัยผู้ก่อเหตุไม่ลง เพราะเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน และไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน ไม่รู้ผีหรือซาตานตนไหนมาสิงถึงทำให้ลงมือได้ขนาดนี้ โดยส่วนตัวไม่เชื่อที่ผู้ก่อเหตุบอกว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะขณะที่ถอยรถก็ต้องเห็นว่าสามีของตนยืนหันหลังรถน้ำต้นไม้อยู่ แต่ก็ตัดสินใจพุ่งชนไม่ให้ทันตั้งตัว ทำให้ตนเองสูญเสียสามีและต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลลูกชายวัย 11 ขวบ ทั้งที่ตนเองก็เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดสมองมายังไม่หายดี
ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับพันจ่าอากาศเอก สงคราม ศุภศรี ประธานหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ เปิดเผยว่าทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเข้ามาเป็นกรรมการหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ผู้เสียชีวิตลาออกเมื่อปีที่ผ่านมาเพราะต้องทำงานที่ จ.เชียงใหม่ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ขณะที่ทั้งคู่เป็นกรรมการด้วยกันก็ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง แต่นายไพบูลย์ ผู้ก่อเหตุ เป็นคนไม่ชอบให้อะไรมาขวางหน้าบ้าน เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนที่มาว่ายน้ำในหมู่บ้านแล้วไปจอดรถหน้าบ้านนายไพบูลย์ ตกลงกันไม่ได้จนถึงขั้นต้องขึ้นโรงพัก หลังจากนั้น ตนเองจึงไปติดป้ายไว้ที่สระว่ายน้ำว่าห้ามจอดรถซ้อนคันและห้ามจอดหน้าบ้านคนในหมู่บ้าน
วันนี้ตำรวจคุมตัวนายไพบูลย์ ส่างสาร ผู้ก่อเหตุ ไว้ในห้องขัง สภ.พระนครศรีอยุธยา ก่อน โดยผู้ต้องหาปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในวันพรุ่งนี้จึงจะส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อไป