ข้อความการสนทนา และหลักฐานการโอนเงิน ที่นางสาวปภาพร หวังวิศวาวิทย์ อายุ 41 ปี อาจารย์โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ นำเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังสั่งซื้อของทางออนไลน์ จำนวน 81,000 บาท แต่กลับไม่ได้สินค้าตามที่ตกลง
น.ส.ปภาพร บอกว่า ติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในฐานะที่ตัวเองเป็นครู และลูกศิษย์เป็นคนจีนจำนวนมาก จึงอยากช่วยเหลือ โดยตั้งใจซื้อหน้ากากป้องกันเชื้อโรค เอ็น 95 ส่งไปที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน
แต่หาซื้อหน้ากาก N95 ตามท้องตลาดไม่ได้ เพราะสินค้าขาดแคลน จึงโพสต์เฟซบุ๊กประกาศหาซื้อ กระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “ภู” และ “ต้น” ทักมาพูดคุย อ้างว่าทำงานอยู่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง สามารถนำหน้ากาก N95 ออกมาจำหน่ายให้ในราคาถูก
โดยเริ่มพูดคุยกันวันที่ 27 ม.ค.ทั้งคุยกันผ่านแชทและโทรศัพท์ จนนางสาวปภาพร หลงเชื่อ โอนเงินค่ามัดจำให้จำนวน 5,500 บาท จากนั้นอีก 1-2 วัน ก็ทยอยโอนเงินเรื่อย ๆ รวมเป็น 81,000 บาท ซึ่งคนร้ายบอกว่าจะนำของมาส่งที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จนถึงวันนัดหมายก็ไปรอรับของ แต่กลับไม่มีของมาส่ง เมื่อโทรศัพท์ติดตามก็ปิดเครื่อง จึงรู้ว่าถูกหลอก
เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกสองคนนี้หลอกลวงอีก 5 คน ซึ่งทุกคนทยอยแจ้งความไว้แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงไม่คาดว่าจะมีคนฉวยโอกาสเหตุร้ายแรง มาแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเช่นนี้
ด้านพ.ต.ต.สราวุฒิ คละไฮ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสารภี บอกว่าขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานทั้งข้อความสนทนา และการโอนเงิน ก่อนจะเรียกตัวเจ้าของบัญชีธนาคารมาสอบสวน เบื้องต้นอาจจะเข้าข่ายความผิดยักยอกทรัพย์ หรือ ฉ้อโกง ซึ่งคดีนี้ไม่ยากเพราะมีชื่อบัญชีการโอนเงินชัดเจน
ไวรัสโคโรนา : พิจิตร หน้ากากอนามัยขายหมดเกลี้ยง! - ก.พาณิชย์ วอน ปชช.อย่ากักตุน
ไวรัสโคโรนา : ไต้หวัน สั่งลดราคาหน้ากากอนามัย เพื่อช่วยปชช.ป้องกัน “ไวรัสโคโรนา”
ไวรัสโคโรนา : “หน้ากากอนามัย” ขาดตลาด หลัง “ไวรัสโคโรนา” แพร่เชื้อคนสู่คนรายแรกในไทย