เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ฮ่องกงร่วมกันผละงานประท้วง เพื่อกดดันให้รัฐบาลของนางแคร์รี แลม ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ส่งผลทำให้มีผู้ติดเชื้อในฮ่องกงแล้ว 15 คน
ขณะที่นับจนถึงตอนนี้ฮ่องกงสั่งระงับบริการรถไฟความเร็วสูงข้ามพรมแดนและเรือข้ามฟากเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า การปิดพรมแดนอย่างสมบูรณ์แบบนั้นจะขัดกับข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า การจำกัดการเดินทางจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากจะเป็นการขัดขวางการแบ่งปันข้อมูลการแพร่ระบาด ห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจด้วย
สหภาพแรงงานแพทย์และพยาบาลในฮ่องกง (HAEA) ยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ต่อรัฐบาล ประกอบด้วย การปิดพรมแดนฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด จัดหาหน้ากากอนามัยให้กับระชาชน รับรองความปลอดภัยให้กับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ด้วยอุปกรณ์ป้องกันและเครื่องมือในการรักษาที่เพียงพอ ตลอดจนจัดเตรียมห้องแยกโรคสำหรับรักษาผู้ป่วย พร้อมประกาศด้วยว่า จะดำเนินการผละงานประท้วงต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการตอบสนอง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะเดียวกันกับที่ชาวฮ่องกงแห่กันกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด ตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วพื้นที่ จนทำให้ชั้นวางสินค้าโล่งทั้งแถบ เช่นเดียวกับชาวฮ่องกงหลายร้อยคนต่อแถวเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยและผลิตภัณฑ์เสริมภูมิต้านทาน เช่น วิตามินซี เนื่องจากประชาชนเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่