ผอ.รร. ยัน นร.ไม่ได้กินขี้เลื่อย หลังจบคลิปเด็กวิ่งไปบ้วนทิ้งแล้ว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




จากกรณีที่รุ่นพี่ในโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยบังคับให้รุ่นน้องกินขี้เลื่อย หลังรุ่นน้องแอบนำหนูแฮมเตอร์เข้าไปเลี้ยงในห้องพักทำให้ห้องพักสกปรก ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งทำทัณฑ์บนรุ่นพี่คนดังกล่าว แต่หลังสอบสวนเชื่อว่านักเรียนรุ่นน้องไม่ได้กินขี้เลื่อยจริง แต่ในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อข้อมูลนี้

คลิปที่ถูกวิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ นอกจากประเด็นการถูกบังคับให้กินขี้เลื่อย ยังมีการถกเถียงกันเพิ่มเติมหลังนายสมบูรณ์ สาลีพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอิสลามวิทยาลัย ยืนยันว่า รุ่นพี่ไม่มีอำนาจสั่งลงโทษรุ่นน้อง ทำได้เพียงตักเตือนเท่านั้น

วิจารณ์สนั่น!! กลุ่มรุ่นพี่รุมแกล้งรุ่นน้อง ถ่ายคลิปสนุกสนาน จ.พะเยา

ซึ่งจากการสอบสวนข้อเท็จจริงจากนักเรียน พร้อมสั่งทำทำทัณฑ์บนรุ่นพี่คนดังกล่าว เพราะ ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องเป็นญาติกัน ผู้ปกครองจึงไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องร้ายแรง และนักเรียนทั้งคู่ได้จับมือขออภัยกันตามศาสนาอิสลาม แล้ว  พร้อมย้ำว่า หลังถ่ายคลิปดังกล่าวเสร็จ นักเรียนวิ่งไปบ้วนขี้เลื่อยทิ้งในห้องน้ำ ไม่ได้กลืนลงท้องตามที่คนในโลกออนไลน์เข้าใจ

ประเด็นนี้ถูกวิจารณ์ในโลกออนไลน์เพิ่มเติม โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ ซึ่งมีการติดแฮชแท็ก #Saveน้องกินขี้เลื่อย โดยส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่า นักเรียนคนดังกล่าวน่าจะกลืนขี้เลื่อยลงคอไป เพราะหลังถูกบังคับให้กินมีการดื่มน้ำตามไปด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักเรียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้ง 3 คน ออกมาแถลงขอโทษผ่านเฟซบุ๊คของโรงเรียน พร้อมย้ำว่า ขี้เลื่อยที่ให้รุ่นน้อง (คนกลาง) กิน เป็นขี้เลื่อยที่หยิบมาจากถุงไม่ใช่ขี้เลื่อยที่ตกพื้นที่ หรือ มาจากกรงหนูแฮมสเตอร์

ส่วนสาเหตุที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (คนซ้ายมือ) บังคับให้รุ่นน้อง(คนกลาง) กินขี้เลื่อย เพราะ ต้องการลงโทษหลังกลับจากเข้าค่ายแล้วพบว่า ขี้เลื่อยกระจายอยู่เต็มห้องจนสกปรก รวมถึงมีกลิ่นฉี่หนูเหม็นทั่วห้อง ขณะที่นักเรียน(คนขวา)เป็นคนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ยืนยันข้อมูลทั้งหมดว่าเป็นความจริง

มีข้อมูลว่าก่อนหน้านี้นักเรียนกลุ่มนี้เคยแกล้งกันลักษณะนี้หลายครั้ง เช่น เอาลูกอมตกพื้นมาให้กันกิน หรือ ถ่ายคลิปกระชากคอเสื้อกันเอง ประเด็นนี้นายสมบูรณ์ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาจารย์ที่อยู่ดูแลนักเรียน 24 ชั่วโมงมีเพียง 8 คน แต่ต้องดูแลนักเรียนที่อยู่หอมากกว่า 300 คน ทำให้หลายครั้งดูแลไม่ทั่วถึง

ด้าน รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ขี้เลื่อยเป็นสิ่งที่ไม่ควรรับประทานเป็นอย่างยิ่ง เพราะ หากเป็นขี้เลื่อยที่ไม่ได้มาจากไม้ธรรมชาติอาจมีสารปนเปื้อน เช่น กาว ทินเนอร์ แลกเกอร์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อกินเข้าจะเท่ากับว่ารับสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หรือหากเป็นไม้จากธรรมชาติ ก็อันตรายเช่นกัน เพราะ ร่างกายของมนุษย์ ย่อยสลายขี้เลื่อยได้ยาก อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือ หากรับประทานเข้าไปมากๆอาจทำให้เสียชีวิตได้

รุ่นพี่ ม.2 กลั่นแกล้งเด็กหญิง ป.4 รุนแรง กระชากผม-เท้าเหยียบหน้า

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ