นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าให้ปากคำตำรวจ สน.มีนบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ในฐานะพยานในคดีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชนและสังคม ตกเป็นผู้ต้องหานำสืบพยานและใช้เอกสารเท็จในศาล เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา
ภายหลังการสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมง นายอัจฉริยะออกมาให้สัมภาษณ์อ้างว่า มั่นในพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และวัตถุพยานชัดเจนว่ามีการลักบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ และบันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง เพื่อใช้ยื่นขอพิจารณาลดโทษคดียาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ให้กับนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนของ น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือ “เอมี่” อดีตนักแสดงสาว
นายอัจฉริยะ ยังอ้างว่า มีหลักฐานว่าผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้นายษิทราโดยตรง จำนวนหลายแสนบาท ซึ่งหลักฐานทั้งหมดนี้ใช้เวลารวบรวมเกือบ 2 ปี เพราะไม่ได้มีเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับนายษิทราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขบวนการอื่นๆ ที่ใช้พยานและเอกสารเท็จไปนำสืบในชั้นศาล เพื่อขอให้ศาลลงโทษน้อยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2
ส่วนกรณีที่นายษิทรา อ้างว่าได้รับเอกสารมาจากลูกความนายอัจฉริยะอ้างว่า หากทนายไม่วิ่งเต้น เอกสารจะถูกนำมายื่นในชั้นศาลได้อย่างไร
นายอัจฉริยะ ระบุอีกว่า นอกจากที่มีการออกหมายจับนายษิทรา 2 คดี คือที่ สน.มีนบุรี และ สภ.กระทุ่มแบน ก็ยังมีอีกหลายคดีที่ นายษิทรา เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการทยอยออกหมายจับเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี เผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน คือ นายษิทรา นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนของเอมี่ และนายทอมมี่ จาคอป น้องชายเอมี่ ล่าสุดสอบปากคำไปแล้ว 3 คน เหลือเพียงนายทอมมี่ ที่อยู่ต่างประเทศ โดยวานนี้เจ้าหน้าที่เข้าสอบปากคำนายปุณยวัจน์ในเรือนจำ ให้การปฏิเสธไม่ทราบที่มาของเอกสาร
เช่นเดียวกับนายษิทรา และนายอาคม ที่สอบปากคำก่อนไปหน้านี้ แต่ตำรวจยังไม่เชื่อ เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่าทั้ง 4 คนเกี่ยวข้องกับการใช้เอกสารเท็จนำสืบคดีในชั้นศาล
ด้านนายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการ และโฆษกสภาทนายความ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอลดโทษคดียาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ว่า เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีจุดประสงค์ให้ตำรวจสามารถขยายผลจับกุมยาเสพติดได้เพิ่มขึ้น โดยผู้ต้องหาที่ให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุมคดียาเสพติดรายอื่น สามารถขอบันทึกจับกุมมายื่นในชั้นศาลเพื่อขอพิจารณาลดโทษได้
สำหรับขั้นตอนการขอลดโทษ เริ่มจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดต้องให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดรายอื่น เช่น “นาย ก.” ให้การว่าได้รับยาจาก “นาย ข.” ตำรวจก็จะบันทึกไว้
เมื่อตำรวจนำข้อมูลนี้ไปจับกุม “นาย ข” สำเร็จ ก็จะเขียนในบันทึกจับกุมว่าจับได้เพราะได้รับข้อมูลจาก “นาย ก”
เมื่อถึงขั้นตอนพิจารณาคดีในชั้นศาล ทนาย “นาย ก” ก็จะรวบรวมหลักฐานว่า “นาย ก” ให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุม โดยอาจยื่นเรื่องขอให้ศาลทำหมายเรียกบันทึกการจับกุม หรือไปขอคัดสำเนาที่สถานีตำรวจด้วยตนเอง
จากนั้น ถ้าทนายอยากให้พยานหลักฐานแน่นหนาขึ้น อาจขอให้ศาลออกหมายเรียกพนักงานสอบสวนและชุดจับกุมมาให้การ
หากศาลเชื่อในพยานหลักฐานก็จะพิจารณาลดโทษให้ โดยไม่มีหลักเกณฑ์แน่ชัดว่าลดโทษกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและดุลพินิจของผู้พิพากษา
นายนิพนธ์ ระบุเพิ่มเติมว่า กระบวนการลดโทษนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ต้องหารายแรกที่ตำรวจจับกุมเท่านั้น หากผู้ต้องหาซัดทอดต่อไปยังผู้กระทำผิดรายอื่น ๆ ก็สามารถยื่นขอลดโทษตามกฎหมายนี้ได้เช่นนี้
เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายษิทราเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน หลังทราบศาลจังหวัดสมุทรสาครได้อนมุัติให้ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันนำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเบิกความเท็จต่อศาล
โดยก่อนหน้านี้ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดสมุทรสาครได้นำกำลังไปที่สำนักงานทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ริมถนนเศรษฐกิจ1 ต.คลองมะเดื่อ เพื่อควบคุมตัวนายษิทรา แต่ไม่พบตัว เพราะสวนทางกัน เนื่องจากนายษิทราเข้ามอบตัวด้วยตนเอง
นายษิทรา ระบุว่า จะมาขอมอบตัวตามหมายศาลตั้งแต่คืนขวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ตำรวจแจ้งว่าหมายศาลยังมาไม่ถึง จึงต้องกลับไปก่อนและเข้ามอบตัวในวันนี้ โดยไม่หวั่นวิตกอะไร เพราะไม่ได้กระทำความผิด
หลังจากตอบคำถามสื่อมวลชน นายษิทราได้เข้าไปยังห้องสอบสวนเพื่อให้ปากคำกับตำรวจ โดยมีกองทัพนักข่าวดักรอเพื่อจะขอสัมภาษณ์อีกครั้งหลังการสอบปากคำ.
และหลังนายษิทรามอบตัว เพจเฟซบุ๊ก “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ของนายอัจฉริยะก็โพสต์ภาพอ้างเส้นทางการล้มคดียาเสพติดที่นำมาสู่การออกหมายจับนายษิทรา
โดยเพจแสดงกราฟิกประกอบอ้างว่าอ้างว่านายษิทรารับเงินจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่ง 4 แสนบาท พร้อมอ้างว่านำเงินบางส่วนจ่ายให้กับชุดจับกุม สภ.กระทุ่มแบน เพื่อร่วมกันนำสืบและแสดงพยานหลักฐานเท็จต่อศาล เพื่อขอให้มีการลดโทษผู้ต้องหารายดังกล่าว
"ทนายรณณรงค์"ตั้งข้อสงสัย"ษิทรา"ถูกจับขณะมีเรื่องกับ"บิ๊ก ตร."