ภาพจำของการติดต่อกับหน่วยงานราชการที่ต้องใช้เวลานาน ใช้เอกสารจำนวน กำลังจะหายไป เนื่องจากทาง กสทช. ได้พัฒนาระบบ ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกในชื่อ Mobile ID ระบบแทนบัตร เพื่อรองรับการทำธุรกรรมยุคดิจิทัลให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่กรมการขนส่งทางบก บอกว่า จะพิจารณานำระบบ "โมบายไอดี" ไปพัฒนาการยืนยันตัวตนขอใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบต่อไปด้วย
สอดคล้องกับทางกรมการปกครองที่บอกว่า ทางกรมฯมีข้อมูลทะเบียนราษฎรของประชาชนทั้งประเทศ ฉะนั้นการดำเนินงานร่วมกับ กสทช.จึงถือเป็นการก้าวแรกในการเริ่มทำธุรกรรมโดยไม่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน
สำหรับรูปแบบของระบบ “แทนบัตร” นั้น ได้เริ่มทดลองแล้วพบว่า การยืนยันตัวตนสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น ลูกค้าเอไอเอส สามารถไปติดต่อทำธุรกรรมการเงินที่ธนาคารกรุงเทพได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นจะมีสูงกว่าการคัดสำเนากระดาษเป็นอย่างมาก เพราะการเข้าถึงจะถูกสร้างการเข้ารหัสด้วย คิวอาร์โค้ด ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งตัวโค้ดนี้จะมีเวลากำหนดเพื่อป้องกันการคัดลอก และจะถูกสร้างใหม่ในทุกครั้ง พร้อมกับมีการบันทึกประวัติการใช้งานได้ทั้งหมด
แต่สิ่งสำคัญกว่าการใช้ระบบดิจิทัลมาแทนบัตรรูปแบบเดิม คือ การต่อยอดที่จะตามมาได้อีกมหาศาล เช่น การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เนื่องจากระบบยืนยันตัวตนนี้ มีความแม่นยำถึง 97-98% ผ่านผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ หากมีการเก็บข้อมูลการจ่ายค่าโทรศัพท์ทุกเดือน สถาบันการเงินก็สามารถดูข้อมูลได้ว่าประวัติการชำระเป็นอย่างไร แล้วนำเครดิตตรงนี้มาปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในอนาคต
นอกจากนี้ทาง กสทช. ได้ยืนยันให้ประชาชนสบายใจได้ว่า ระบบเหล่านี้ ไม่ใช่การตรวจสอบการใช้งานของประชาชน แต่เป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เข้าถึงความสะดวก ความปลอดภัย แทนระบบดั้งเดิม ให้ประเทศเป็นไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง