ผู้ค้าย่านสนามศุภฯ ยอมรับเจอปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ลูกค้าลด รายได้วูบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เพื่อนบ้านเผย ชายก่อเหตุยิงปืนภายในบ้านพักบริเวณ จุฬาซอย 10 ไม่เปิดร้านค้าตามปกติ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านหลายวันก่อนก่อเหตุ ส่วนปัญหาคาดมาจากความเครียดจากปัญหาเรื่องธุรกิจการค้านั้น เพื่อนบ้านในฐานะผู้ค้าย่านสนามศุภชลาศัย มองว่าเป็นไปได้ เนื่องจากขณะนี้ผู้ค้าส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ (14 ก.พ.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คลิปวิดีโอเสียงปืนดังมาจากเพื่อนบ้านนายเอกชัย จารึกศิลป์ ผู้ก่อเหตุยิงปืนภายในบ้านพักย่ายจุฬาซอย 10  กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเช้าวันนี้ โดยเพื่อนบ้านบันทึกไว้ได้ พร้อมเล่าว่า ได้ยินเสียงปืนนัดแรกช่วงประมาณ 03.20 น. ขณะนั้นเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านติดกันได้ส่งคลิปวิดีโอเสียงปืนมา แต่ยังไม่รู้ว่าเสียงดังมาจากบ้านหลังไหน จึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจสน.ปทุมวัน ขณะนั้นเสียงปืนก็ยังดังอย่างต่อเนื่องในลักษณะรัวปืนสลับกับยิงเว้นระยะ ก่อนตำรวจชุดสายตรวจ เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ และทราบว่าเสียงปืนดังมาจากบ้านของผู้ก่อเหตุ

โดยส่วนสาเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิง เป็นเพราะผู้ก่อเหตุมีปัญหาส่วนตัว และธุรกิจการค้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตัวแทนจำหน่ายชุดและอุปกรณ์กีฬา กำลังประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจซบเซา ประเด็นนี้เพื่อนบ้าน ระบุว่า ตนเองก็เป็นผู้ค้า ประกอบธุรกิจค้าขายชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬาเหมือนกัน และมองว่าผู้ก่อเหตุอาจเกิดความเครียดเรื่องธุรกิจก็เป็นไปได้ เพราะขณะนี้ร้านของตนก็มีปัญหา จากปกติขายสินค้าได้วันละ 10,000 - 20,000 บาท  แต่ช่วงนี้บางวันขายได้เพียงหลักร้อยถึงหลักพันบาทเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเสียค่าเช่าร้านและค่าจ้างลูกน้อง

ด้านนายสุรศักดิ์ สัตยดิษฐ์ ผู้จัดการร้านชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬา ย่านสนามศุภชลาศัย ยอมรับว่า ช่วงนี้ลูกค้าซื้อของที่ร้านลดลง จากรายได้หลักหมื่น ทุกวันนี้เหลือเพียงหลักพันบาท ซึ่งบางวันมีลูกค้าเข้าร้านไม่ถึง 10 คน

หนุ่มเจ้าของซาลอน ฆ่าตัวตายในห้องนอน คาดพิษเศรษฐกิจทำร้านเจ๊ง

โดยผู้ประกอบการร้านค้าชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬา หลังสนามศุภชลาศัย จุฬาซอย 10  ต่างระบุเป็นเหมือนกันว่า ธุรกิจขายเสื้อชุดกีฬา และอุปกรณ์กีฬา ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซา ทำให้รายได้หายเกินกว่าครึ่งในขณะที่รายจ่ายยังมีเท่าเดิม ผู้ค้าบางรายต้องปรับตัว เปลี่ยนพฤติกรรมการขายจากเดิมที่ขายหน้าร้าน ก็เปลี่ยนไปขายผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กันไป

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ว่า ในปี 2563 ธุรกิจเครื่องนุ่งห่มมีการเปลี่ยนแปลงสูง ด้วยปัจจัยลบในการทำธุรกิจจำนวนมากการค้าขายในประเทศจะขยายตัวไม่มากนัก ทั้ง สถานการณ์ไว้รัสโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยใช้เงินจากนักท่องเที่ยวเป็นหลัก งบประมาณรัฐที่ล่าช้า และภาวะภัยแล้ง ที่ส่งผลให้กำลังซื้อหายไปทั้งคนในประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยว

โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวทบทวนผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย เพราะปัจจุบันห้างก็ไม่มีคนเดิน ออนไลน์ก็ไม่ใช่ว่าทำเหมือนกันแล้วจะขายได้ทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะไปต่อไม่ได้ คนที่ขายดีก็ยังมี ฉะนั้นต้องปรับตัว รับกับพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดี

ทั้งนี้ แนวโน้มของธุรกิจเสื้อผ้ายังสามารถไปได้ว่าดี โดยเฉพาะกลุ่มส่งออก ด้วยอัตราการเติบโต 6% จากปีที่ผ่านมา และปีนี้ก็น่าจะเติบโตได้ที่ 6%  มูลค่าอยู่ที่ราว 90,000-100,000 ล้านบาท

ตร.เร่งติดตามเส้นทางหลบหนีโจรปล้นธ.กรุงเทพ พบใช้ถ.ประชาอุทิศ หลบหนี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ