"ทำแท้ง" ไม่ผิด.. ยกระดับสิทธิผู้หญิงหรือไม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังศาล รธน.วินิจฉัยเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายทำแท้ง ข้อเท็จจริงแล้วเป็นอย่างไร

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเรื่องการทำแท้ง ว่า ไม่ผิดกฎหมาย พร้อมมองว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 ที่พูดถึงเรื่องการทำแท้ง ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน  กลุ่มผู้หญิงที่พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตลอด มองว่า นี่เป็นความก้าวหน้าเรื่องการให้สิทธิกับประชาชน รวมถึงย้ำว่าการที่สามารถทำแท้งโดยไม่ผิดกฎหมาย จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการทำแท้งที่ขัดหลักการแพทย์ เพราะ ตามปกติมีกฎหมายอื่นคอยกำกับอยู่แล้ว  

ส่องกฎหมายทำแท้งทั่วโลกรวมถึง “ไทย”

แพทยสภาเตรียมตั้งคณะทำงานปรับปรุงกฎหมาย หลัง ศาล รธน. มีคำวินิจฉัยเรื่องหญิงทำแท้ง

เกือบ 3 ปี ที่ “นิศารัตน์ จงวิศาล” คอยให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการทำแท้ง ให้กับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของกลุ่มทำทาง กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิให้ผู้หญิงว่าการจะทำแท้งหรือไม่เป็นสิทธิที่สามารถเลือกเองได้  นอกเหนือจากบทบาทการเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มทำทาง เธอยังเป็นหนึ่งในคนที่เคยทำแท้งเพราะท้องไม่พร้อมมาก่อน แต่เธอไม่ขอเล่ารายละเอียด เพราะ ไม่ต้องการให้เหตุผลในอดีตของตัวเองกลายเป็นบรรทัดฐานของคนที่กำลังคิดอยากทำแท้ง และเธอเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนมีเหตุผลในการตัดสินใจว่าจะทำแท้งหรือไม่แตกต่างกัน

 

 
นิศารัตน์ เล่าว่า ผู้ที่ทักไลน์มาปรึกษาเธอนอกจากจะกังวลเรื่องความปลอดภัยในการทำแท้ง เกือบทั้งหมดกลัวว่าจะถูกจับดำเนินคดี   เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 มีเนื้อหาระบุ ให้สามารถเอาผิดผู้หญิงที่ปล่อยให้ตัวเองแท้งลูก หรือ ยอมให้คนอื่นทำให้ตัวเองแท้ง   แต่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย ว่ามาตรา 301 ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพ หากไม่ปรับแก้ไข มาตรานี้จะพ้นสภาพการเป็นกฎหมายภายใน 360 วัน นับจากวันที่อ่านคำวินิจฉัย

ในมุมมองของอาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ติดตามผลักดันเรื่องการทำแท้ง มองว่า การทำแท้งไม่ควรเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา ซึ่งนอกจากมาตรา 301 ยังควรแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทำแท้งด้วย

สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 310 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะต้องทำเรื่องเพื่อเสนอให้ปรับแก้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุ จากนั้นจะต้องยื่นเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกาศเป็นกฎหมายตามขั้นตอนปกติ  แต่หากไม่มีการปรับแก้ไข ภายใน 360 วัน กฎหมายนี้จะสิ้นสภาพไปโดยปริยาย

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ