เมื่อวันที่ 21 ก.พ.253 พ่อของเด็กหญิงวัย 6 เดือน เป็นคนแรกที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณแขนของลูกในขณะที่กำลังอาบน้ำให้ลูกสาวเมื่อวันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตอนแรกยังไม่คิดว่าเป็นอาการเริ่มแรกของการติดเชื้อทางผิวหนัง โดยคิดเพียงว่าเป็นแค่อาการผิวแห้งที่พบได้ทั่วไป แต่พอตกเย็นปรากฏว่าผื่นที่เกิดขึ้นบริเวณแขนเริ่มขยายวงกว้าง จึงปรึกษากับภรรยาก่อน แต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง แผลบริเวณแขนเริ่มขยายวงกว้างขึ้น จึงพาลูกไปหาหมอ ซึ่งหมอวิฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ก่อนจะให้ยามารับประทาน และให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการ
ทั้งนี้แต่จนเวลาผ่านไป 2-3 วัน อาการของลูกก็ยังไม่ดีขึ้น จึงพาลูกไปหาหมออีกครั้ง ซึ่งหมอแนะนำว่าควรนอนที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ เนื่องจากแผลของน้องเริ่มแดง จึงให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ประกอบกับเด็กมีไข้สูงถึง 37.5 องศาเซลเซียส โดยครั้งนี้หมอตรวจพบว่าลูกมีอาการและตรวจพบว่าติดเชื้อในกระแสเลือด แต่เป็นเพียงในระยะเริ่มต้น จึงให้สั่งให้ยาฆ่าเชื้อต่อเนื่องอีก 14 วัน ซึ่งตอนนี้แผลของลูกเริ่มตกสะเก็ด และมีอาการจนอาการค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว
ขณะที่ นางธนาภา ผู้เป็นแม่ตั้งข้อสังเกตว่าปกติคนในบ้าน เวลาจะสัมผัสลูกสาวจะล้างมือก่อนสัมผัสทุกครั้ง เนื่องจากเผู้เป็นแม่ก็มีความกังวลว่าลูกสาวจะติดเชื้อที่ผิวหนังและเป็นเหมือนกับที่เคยเป็นข่าว ซึ่งหมอเคยเห็นในข่าวว่าเคยเกิดกรณีลักษณะนี้ จึงระมัดระวังและกำชับให้ทุกคนรักษาความสะอาด ก่อนสัมผัสลูกสาววัย 6 เดือน
เตือน! กอดหอมเด็กทารกไม่ระวัง เสี่ยงเด็กติดไวรัส RSV
อย่างไรก็คาดว่า อาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังน่นี้อาจจะเกิดจากการให้บุคคลอื่นมาสัมผัสตัวลูก นางธนาภา จึงตัดสินใจโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองท่านอื่น
ด้านแพทย์หญิง สุรีรัตน์ พงศ์พฤกษา กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน และผู้บริหารศูนย์ Child Care Center กล่างถึงเรื่องนี้ว่า แม้อาการลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับเด็กเล็กไม่บ่อยนัก แต่คุณแม่ก็ต้องระวังการให้คนอื่นที่มีอาการไม่สบาย เช่น เป็นหวัด มีผื่นคันจากเชื้อแบคทีเรียมาสัมผัสลูกโดยเฉพาะเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป จนถึง 2 ขวบ เพราะเด็กในวัยนี้จะมีภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเพราะเป็นที่ภูมิคุ้มกันที่ได้จากแม่เริ่มลดตามวัย
แพทย์หญิง สุรีรัตน์ กล่าวต่อว่า แม้อาการผื่นคันจากการติดเชื้อเเบคทีเรียที่ผิวหนังอาจดูไม่รุนแรง แต่หากเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย หรือเป็นแผลเยอะ จะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ส่วนวิธีป้องกันเบื้องต้น แนะนำว่าไม่ควรพาเด็กที่อยู่ในช่วงวัยดังกล่าว ไปสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสการพบเจอคนที่มีอาการป่วยได้ง่าย และควรยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ รวมทั้งการฉีดวัคซีนตามที่แพทย์กำหนด