วิปรัฐบาล วาง “ไพบูลย์-สิระ-ปารีณา-มงคลกิตติ์” ทีมประท้วงนั่งแถวหน้า รับมือศึกซักฟอก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"วิปรัฐบาล" วางกลยุทธ์สู้ศึกซักฟอก จัด "30 ส.ส." ทีมประท้วง วาง "สิระ-ปารีณา-มงคลกิตติ์ " จับตา นายกรัฐมนตรี ลุคใหม่สู้ซักฟอก ด้าน สิระ ขู่ฝ่ายค้านหากอภิปรายเท็จ อาจถูกดำเนินคดี

สำหรับการสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 5 คนของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)ที่โรงแรมเวย์ โฮเทล์ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 22-23 ก.พ. ซึ่งวานนี้(23 ก.พ.) เป็นวันสุดท้ายการสัมมนา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และฐานะประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานการประชุมกำหนดกลยุทธ์และวางตัว แบ่งประเด็นพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่แต่ละพรรคกำกับดูแลแต่ละกระทรวง เพื่อช่วยชี้แจงการถูกพาดพิง แต่จะสรุปอีกครั้งในการประชุมวิปรัฐบาลที่รัฐสภา เวลา 10.00 น.วันนี้ (24 ก.พ.)ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้นในเวลา 13.30 น.ขณะที่ภาพรวมทั้งหมดในการสัมมนาจะทำเป็นรายงานส่งนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมคณะรัฐมนครี (ครม.) วันนี้( 24 ก.พ.)ก่อนที่ช่วงบ่ายเริ่มการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นวันแรก

สำหรับกลยุทธของวิปรัฐบาล จัดให้มี ส.ส. ทำหน้าที่ประท้วง 30 คน จากตัวแทนแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาล จัดให้นั่งอยู่ด้านหน้า แต่จะประท้วงได้ต้องได้รับอนุญาตจากวิปรัฐบาลก่อน พร้อมสั่งเตรียมเครื่องมือสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไอแพด คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก เพื่อสื่อสารระหว่างวิปรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี

เบื้องต้น รายชื่อส.ส.ที่จะทำหน้าที่ประท้วง ในส่วนของพรรคประชาพลังประชารัฐ อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ,น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.,นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช ,นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ,นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง

ทีมพรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์
รวมถึงตัวแทนพรรคเล็กอย่างนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์

นอกจากนี้ ในการสัมมนายังมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ได้กำชับเรื่องการประท้วงไม่อยากให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไปประท้วงผู้อภิปราย แต่ให้ประท้วงประธานที่ประชุมขอให้เคร่งครัดข้อบังคับการประชุม เพราะไม่อยากให้ประชาชนมองว่าเล่นลิเกกัน โดยพล.อ.ประวิตรบอกไม่ชอบเลย พร้อมทั้งขอให้ทุกคนโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เท่ากัน ไม่ต้องให้ใครมากกว่าใครเป็นพิเศษ และขอให้รอดูลุคใหม่ของนายกรัฐมนตรี สู้ศึกอภิปราย

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มีส.ส.ฝ่ายค้านบางคน ที่คิดว่าจะมาอภิปรายเท็จ ขอเตือนไว้ก่อนว่าบางเรื่องที่ขู่อภิปราย ที่ผ่านมามีคนให้อภัย โดยไม่ต้องติดคุกมาแล้ว เพราะได้ขอขมาอดีตรัฐมนตรีมาหลายครั้งหลายคราว ซึ่งทราบมาว่าครั้งนี้บอกว่าจะไม่ให้อภัยแล้ว และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด ตนคิดว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายนั้น ประชาชนคงผิดหวังแน่ เพราะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น คิดว่าประชาชนไปเปิดดูละครดีกว่า นอกจากนี้การอภิปรายขออย่าให้ผิดระเบียบข้อบังคับในที่ประชุม

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธานส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการควบคุมเสียงส.ส.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การโหวตของส.ส.รัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เป็นหน้าที่หลักของคนเป็นผู้แทนราษฎรในการลงมติในญัตติต่างๆ ที่สำคัญ ได้กำชับส.ส.ในพรรคพปชร. ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามลา มั่นใจว่าส.ส.ทั้งหมดของพรรคอยู่ครบแน่นอน เพราะทุกคนรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบอยู่แล้ว

ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดี เพราะฝ่ายค้านมีข้อมูลทีเด็ดหลายเรื่อง ข้อหาความผิดมากมาย ชนิดที่คนที่ถูกอภิปราย ก็คงคาดไม่ถึงว่าสามารถนำข้อมูลลับออกมาได้อย่างไร พร้อมทั้ง เชื่อว่ารัฐบาลเองก็คงจะรู้ดีว่ารัฐมนตรีของตัวเองไม่สามารถตอบได้ทุกเรื่อง จึงต้องคิดเกมปันป่วน ทั้งในและนอกสภา เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น แล้ว การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบมียุทธศาสตร์ ที่เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ด้วยพยานหลักฐานที่อ้างอิงได้ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้รู้ความจริงในสิ่งที่ถูกปกปิดเอาไว้ ก็จะไม่ยอมให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ต่อไปอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.11 คน ทำให้ล่าสุด เสียงส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ลดลงเหลือ 487 เสียง จากเดิมที่มีอยู่ 498 เสียง โดยเป็นเสียงส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 263 เสียง ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ 117 เสียง ประชาธิปัตย์ 52 เสียง ภูมิใจไทย 52 เสียง ชาติไทยพัฒนา 11 เสียง รวมพลังประชาชาติไทย 5 พลังท้องถิ่นไท 5 ชาติพัฒนา 3 รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง ขณะที่มีพรรคเล็ก อีก 11 เสียง รวมถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ประกาศถอนตัวจากฝ่ายค้านก่อนหน้านี้อีก 5 เสียง
ขณะที่ฝ่ายค้านจะเหลือ 224 เสียง คือพรรคเพื่อไทย 135 เสียง อนาคตใหม่ที่ต้องหาพรรรใหม่ 65 เสียง เสรีรวมไทย 10 เสียง ประชาชาติ 7 เสียง เพื่อชาติ 5 เสียง พลังปวงชนชาวไทย 1 เสียง และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่อีก 1 เสียง

ในส่วนของส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่แม้พรรคถูกยุบ แต่เอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.ยังคงอยู่ และมีเวลา 60 วัน หาพรรคใหม่สังกัด ดังนั้น การโหวตในครั้งนี้จึงไม่ต้องยึดมติพรรค และมีรายงานข่าวว่า อาจมีส.ส.บางส่วนยกมือสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วย

“เพื่อไทย” จัด 18 ขุนพล ศึกซักฟอกรัฐบาล “บิ๊กตู่”  

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ