นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่า วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 4 คน โดยเดินทางมาจากอิตาลี 2 คน และมาจากอิหร่าน 2 คน เป็นคนอิตาลี 1 คน คนจีน 1 คน และคนไทย 2 คน
WHO แนะ นานาชาติ เร่งหาเครื่องช่วยหายใจ รองรับผู้ป่วยหนักโควิด-19
คนที่เดินทางมาจากประเทศอิตาลี 2 คน คือ ชายชาวอิตาลี อายุ 29 ปี และชายไทยอายุ 42 ปี ทั้ง 2 ไม่รู้จักกัน ตอนผ่านด่านคัดกรองที่สนามบินไม่มีอาการ และมาปรากฎอาการหลังจากเข้าประเทศไทยมาแล้ว 1 วัน จึงเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อพบผลตรวจเป็นบวก จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลชลบุรี 1 คน อีก 1 คน รักษาต่อในโรงพยาบาลเอกชน จังหวัดชลบุรี
ส่วนคนที่มาจากอิหร่าน คนแรกเป็นชายชาวจีน อายุ 22 ปี คนนี้เดินทางมาแค่ต่อเครื่องไปประเทศอื่น แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบมีไข้เสียก่อน จึงส่งตัวไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ส่วนอีกคน เป็นชายไทย อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษา เดินทางกลับมาจากอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ แต่พบว่ามีไข้และเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก
ผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อทั้ง 4 คน ทั้งผู้โดยสารจากเครื่องบิน และคนใกล้ชิด เบื้องต้นทางกระทรวงสาธารณสุขมีรายชื่อครบหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการทยอยเก็บตัวอย่างเชื้อเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด และได้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังโรค ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสมของไทย ขณะนี้ อยู่ที่ 47 คน กลับบ้านแล้ว 31 คน รักษาในโรงพยาบาล 15 คน เสียชีวิต 1 คน
สำหรับแรงงานไทยผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ หรือประเทศเสี่ยงต่างๆ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับการเฝ้าระวังติดตาม ไปถึงคนที่กลับมาก่อนหน้านี้ด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจเฝ้าระวัง ให้อยู่กักกันโรคที่บ้าน จนครบ 14 วัน ทั้งนี้หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ก็ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อน และต้องใส่หน้ากากอนามัยไปด้วยทุกที่ ซึ่งยืนยันว่าจะเฝ้าระวังทุกคน เพราะมีรายชื่อในมืออยู่แล้ว ทั้งนี้หากฝ่าฝืน เจ้าพนักงานควบคุมโรค แต่ละพื้นที่สามารถ พิจารณาบังคับใช้กฎหมายเอาผิดได้ทันที ซึ่งมีโทษปรับ 20,000 บาท
ทั้งนี้ ขอให้มีสำนึกต่อคนรอบข้าง และสังคมโดยคนในสังคมเอง ก็ต้องอย่าไปตีตรา รังเกียจ อย่าไปล่าแม่มด