แถลงการณ์ล่าสุดขององค์การอนามัยโลก เมื่อวานนี้ ระบุว่า การบำบัดด้วยออกซิเจน (Oxygen Therapy) คือแนวทางการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง ฉะนั้น สิ่งที่ทุกประเทศต้องจัดเตรียมให้พร้อม คือ เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องตรวจวัดออกซิเจนในเลือด
WHO เน้นย้ำว่า เชื้อไวรัสจะเป็นอันตรายมากเป็นพิเศษกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น ส่วนอัตราการเสียชีวิตก็ยังอยู่ระหว่าง 2-5% สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตรวจพบให้ไว เพื่อจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวานนี้ ที่มณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มไม่ถึง 200 คน ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.
สวนทางกับสถานการณ์ในเกาหลีใต้ วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 476 คน ส่งผลให้ยอดรวมในประเทศเพิ่มเป็น 4,212 คน เสียชีวิตอีก 22 คน ขณะที่ทีมแพทย์และพยาบาลที่ต้องทำงานต่อเนื่องนานเกือบ 2 สัปดาห์ โดยไม่ได้หยุดพัก บางส่วนเริ่มยื่นลาออก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ส่วนทางการกรุงโซลยื่นเรื่องให้อัยการฟ้องร้องเจ้าลัทธิ "ชินชอนจิ" ในข้อหาฆาตกรรม ฐานขัดขวางการสืบสวนหาต้นตอการแพร่ระบาดในหมู่สาวก
ที่อิตาลี ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1,694 คน เสียชีวิตอีก 34 คน ขณะที่ทางการประกาศปิดโรงเรียน และมหาวิทยาลัย ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 รวมถึงประกาศห้ามชุมนุมในที่สาธารณะ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด ด้านรัฐบาลกลางกำลังขออนุมัติงบประมาณพิเศษกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อพยุงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ส่วนที่อิหร่าน ขึ้นแท่นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุด นอกจีนแผ่นดินใหญ่ คือ 54 คน ป่วยสะสมอีก 978 คน