เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2563 นายแพทย์พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะแพทย์ ได้ไปตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อโควิด19 คนแรก เบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวตั้งแต่เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม จึงกักตัวไว้เฝ้าดูอาการ จนผลตรวจออกมาเป็นบวก ก็มีการส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ทีมแพทยได้มีการส่งเชื้อผู้ป่วยคนนี้ ไปตรวจแล้ว 2 ครั้ง ผลเป็นบวกทั้ง 2 ครั้ง
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และโรงพยาบาลสังกัดของกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ได้เตรียมไว้ 3 แห่ง ที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลตากสิน และโรงพยาบาลกลาง ซึ่งทั้ง 3 โรงพยาบาลมีห้องความดันลบ ส่วนโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลตากสิน มีเครื่องเอ็กโม่ หรือเครื่องพยุงปอดและหัวใจ พร้อมดูแลผู้ป่วยหนักด้วย
โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ตม. รายนี้ เป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศ โดยทำหน้าที่เกี่ยวกับการประทับตราสัญลักษณ์รับรองหนังสือเดินทางในจุดคัดกรอง และมีแฟนสาวที่มีอาชีพเป็นมัคคุเทศก์
ด้าน นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ระบุว่า ได้รับรายงานเคสผู้ป่วย ของ กทม.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลทางระบาดวิทยา โดยเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรค เพิ่มเติมก่อน เพื่อให้เกิดความแน่ชัดว่าติดจากนักท่องเที่ยวกลุ่มไหน เนื่องจากผู้ป่วยทำงานใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว หรืออาจจะติดจากชุมชน โดยในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.2563) กระทรวงสาธารณสุขจะรายงานผลการสอบสวนโรคให้ทราบอีกครั้ง
ปตท. แจง แอลกอฮอล์ผสมน้ำมันเบนซิน ใช้ในการแพทย์ไม่ได้!
สำหรับข้อมูลของประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 3 คน คนแรก หรือ ผู้ป่วยคนที่ 51 เป็นหญิงไทยอายุ 41 ปี ใกล้ชิดกับผู้ป่วย คนที่ 45 ที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี เริ่มป่วย มีไข้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้รักษาอยู่ที่ โรงพยาบาลราชวิถี ถัดมา เป็นผู้ป่วยคนที่ 52 เป็นหญิงไทยอายุ 46 ปี เป็นภรรยา ที่เดินทางกลับมาจากอิตาลี รู้สึกไม่สบาย เลยเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พบผลเป็นบวก ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม
ขณะที่ผู้ป่วยคนที่ 53 เป็นชายอายุ 47 ปี เป็นสามีของผู้ป่วยคนที่ 52 ติดจากภรรยาที่เดินทางกลับจากอิตาลี ขณะนี้ส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เช่นเดียวกัน ทำให้ขณะนี้ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 53 คน รักษาหาย กลับบ้านแล้ว 33 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 19 คน และเสียชีวิต 1 คน จึงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดในพื้นที่ยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ที่ขณะนี้มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทั้งผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต