ไอซ์แลนด์ ซึ่งอ้างว่ามีสัดส่วนผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองสูงกว่าประเทศอื่นๆ พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ตรวจพบเชื้อไม่แสดงอาการ โดยข้อมูลนี้เปิดเผยโดยหัวหน้านักระบาดวิทยาประจำกรมควบคุมโรคติดต่อ
ขณะที่หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานเมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) อ้างข้อมูลวงในรัฐบาลจีนว่า สัดส่วนผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการช้าหรือไม่แสดงอาการเลยอาจมีถึง 1 ใน 3
สัดส่วนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการที่สูง อาจทำให้ความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะหลายประเทศจะตรวจหาเชื้อเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรง
รายงานที่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกและจีนจัดทำร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา ระบุว่าการติดเชื้อจากผู้ที่มีอาการรุนแรงแล้วพบได้ค่อนข้างน้อย และไม่น่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการระบาด
ดร. สกอตต์ กอต์ลีบ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ ระบุผ่านทวิตเตอร์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เป็นที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยอาจมีส่วนที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายมากกว่าที่เคยคิดกันไว้
ในเกาหลีใต้ กว่าร้อยละ 20 ของผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ยังคงไม่แสดงอาการระหว่างที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเกาหลีใต้ถึงเน้นตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อและผู้มีโอกาสติดเชื้ออย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะแพร่กระจายได้ก่อนที่ผู้ป่วยจะแสดงอาการไข้ ไอ หรืออ่อนล้า ซึ่งเป็นอาการหลักๆ ของโรคนี้
การศึกษาในจีนซึ่งติดตามกลุ่มผู้ป่วย 18 คนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ พบว่า ปริมาณไวรัส หรือไวรัสโหลด (virus load) จะสูงที่สุด หลังจากผู้ป่วยเริ่มมีอาการได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยหนึ่งคนที่ไม่มีอาการใดๆ แต่ปริมาณไวรัสกลับใกล้เคียงกับผู้ป่วยที่มีอาการ ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายจากผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยได้
ขณะที่นักวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าระยะเวลาที่ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จะแพร่เชื้อไปยังคนอื่นนั้นอยู่ที่ประมาณ 4.6 วัน หรือเร็วกว่าระยะฟักตัวเฉลี่ยหนึ่งวัน