ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบขาวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเวลาประกาศใช้มาตรการคุมเข้มต่างๆ ทั้งการขอความร่วมมือให้ประชาชนรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการสั่งปิดธุรกิจร้านค้า สถานประกอบการต่างๆ ไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.นี้
โดยทรัมป์เชื่อว่า สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ แม้ว่าเดิมจะเคยตั้งใจให้เริ่มฟื้นภาคธุรกิจตั้งแต่กลางเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลอีสเตอร์พอดี
การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากนายแพทย์ แอนโธนี โฟซี(Anthony Fauci) นายแพทย์ที่เป็นหัวหน้าคณะทำงานโควิด-19 ของทำเนียบขาว เตือนว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ อาจสูงถึง 2 แสนคน และติดเชื้ออีกนับล้านคน เบื้องต้น คาดการณ์ว่าอัตราการเสียชีวิตในสหรัฐฯ จะเพิ่มสูงสุดภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
โดยขณะนี้ สหรัฐฯ มียอดผู้ป่วยสะสมจากโควิด-19 อยู่ที่ 142,356 คน มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และเสียชีวิตอีก 2,493 คน
ส่วนที่อิตาลี ซึ่งมาตรการปิดเมืองทั่วประเทศ กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 เมษายนที่จะถึงนี้ ล่าสุด ทางการมีแนวโน้มจะขยายเวลาบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปอีก หลังยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อยู่ที่ 10,779 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อเฉียด 1 แสนคนแล้ว
ส่วนที่อังกฤษ เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กล่าวระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน สถานการณ์จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า ชาวอังกฤษอาจต้องใช้ชีวิตภายใต้มาตรการล็อกดาวน์แบบนี้ไปอีก 6 เดือน
ทรัมป์ตั้งเป้า เปิดประเทศพิชิตโควิด-19 ก่อนวันอีสเตอร์