ผู้ต้องขังที่ยังหลบหนีอีก 1 คน คือนักโทษชายธันยะพงศ์ สินพูน การสอบสวนพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีแล้ว เชื่อว่ายังซ่อนตัวอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และไม่ไกลจากเรือนจำ
รมว.ยุติธรรม คาด นักโทษเรือนจำบุรีรัมย์ ก่อจลาจลจากโควิด-19
นักโทษชายธันยะพงศ์ เป็นหนึ่งใน 11 คน ที่หลบหนีหลังก่อเหตุจลาจลเมื่อวานนี้ ( 29 มี.ค.) ส่วนผู้ต้องขังอีก 10 คน ตำรวจแยกตัวสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์
เหตุการณ์ก่อจลาจลที่เกิดขึ้น มีผู้ต้องขังที่เป็นแกนนำ ทำหน้าที่ปลุกระดมประมาณ 100 คน เชื่อว่ามีการวางแผนพูดคุยมาก่อน แต่วางแผนมานานแค่ไหน อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องขังที่ก่อเหตุนั้น ต้องดูรายละเอียดพฤติกรรมการกระทำผิด ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่นๆประกอบ
คุมตัวนักโทษ แหกคุกบุรีรัมย์ได้แล้ว 10 คน ยังหนีอีก 1
สาเหตุของการก่อเหตุจลาจล เชื่อว่าแรงจูงใจลึก ๆ แล้วอาจมีมากกว่าความกังวลเรื่องโรคโควิด -19 ตามที่ผู้ต้องขังกล่าวอ้าง พร้อมทั้งยืนยันว่าในเรือนจำบุรีรัมย์ ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ และกรมราชทัณฑ์มีระบบคัดกรองและกักตัวมาตรฐาน สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ ขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว
ส่วนความเสียหาย การตรวจสอบพบว่าพื้นที่ส่วนมใหญ่ในเรือนจำเสียหายเกือบทั้งหมด มีเพียงสถานพยาบาลเท่านั้นที่ใช้งานได้ จึงได้เคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง 2,200 คน ไปยังเรือนจำต่าง ๆ
ทำให้ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีญาติของผู้ต้องขังเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องขังที่ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเรือนจำต่างๆ ด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าผู้ต้องขังจะได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายจากเหตุจลาจล นอกจากนี้ก็ยังกังวลว่าการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังอาจเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19ได้
สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกย้ายไปอยู่ตามเรือนจำต่าง ๆ นั้นในจำนวนนี้มีผู้ต้องขังจำนวน 250 คน ที่ถูกย้ายมาอยู่ในเรือนจำจังหวัดขอนแก่น วันนี้ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมนายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น ได้ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังดังกล่าว
นักโทษแหกคุก ก่อเหตุจลาจลจุดไฟเผาเรือนจำบุรีรัมย์
โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มมาตรการการรักษาความสะอาดทั้งในโรงครัว โรงนอน และสถานที่ต่างๆทั่วเรือนจำ พร้อมทั้งตั้งจุดล้างมือ และจัดหาภาชนะทานอาหาร แก้วน้ำ ช้อน-ส้อม และเครื่องใช้ต่างๆ แยกเป็นส่วนตัว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และสร้างความมั่นใจให้ผู้ต้องขังไม่ตื่นตระหนก หวาดกลัว